ได้เข้าพื้นที่จังหวัดปัตตานี เมื่อ14.00 น.วันที่ 4 พย.ที่ผ่านมา ที่วัดธนาภิมุข ม.6 ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ล่าช้ากว่ากำหนด เนื่องจากประสบปัญหาฝนตก และมีประชาชนมาต้อนรับเป็นจำนวนมาก และ อาการเจ็บขา ที่บริเวณกล้ามเนื้อ เนื่องจากวิ่งและหยุดๆ มาตลอดทาง จึงต้องกลับมานอนที่ยะลา และให้แพทย์มารักษาบำบัดบริเวณที่กล้ามเนื้อเพื่อผ่อนคลาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 5 พ.ย.คณะวิ่งของ ตูน เริ่มออกจากวัดธนาภิมุข ม.6 ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 04.30 น. โดย ตูนมีอาการสดชื่น และกล้ามเนื้อเริ่มดีขึ้น เป็นวันที่ 5 ของการวิ่ง เป็นไปตามกำหนดการใหม่ หลังจากที่สองวันที่ผ่านมา กำหนดการคลาดเคลื่อน และฝนตก ก็ยังคงมีประชาชนรอต้อนรับระหว่างทางจำนวนมากเหมือนเช่นเดิม ต้องแวะถ่ายภาพและรับบริจาคเงิน เช่นเดิม และสามารถวิ่งได้ เร็วขึ้น แต่ระหว่างก็ยังมีประชาชนยิ้มแย้มแจ่มใสรอต้อนรับตลอดทาง ทำให้การวิ่งล่าช้าอีก แต่ คณะตูนแจ้งว่าจะทำเวลาให้ตามเป้าหมายโดยวันนี้ต้องเข้าเขตสงขลา ให้ได้ โดยไปรวมพลช่วงบ่าย ที่ สถานีบริการน้ำมัน ปตท ม.7 บ้านดอนยาง ต.บ่อทอง อ หนองจิก จ ปัตตานี เพือแวะพัก เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเข้าพื้นที่ เขตรอยต่อ อ.เทพา จ.สงขลา
บรรยากาศการวิ่งตลอดเส้นทาง ผ่านวัดช้างไห้ ในเขตอำเภอโคกโพธิ์ และผ่านชุมชนไทยพุทธ มุสลิม มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่คนแก่รอการต้อนรับตลอดทาง มีการถ่ายรูป บริจาคเงิน แต่มีการถ่ายเซลฟี่น้อยลง โดยทีมงาน ตูน ขอความร่วมมือ ไม่ให้ถ่าย เพื่อจะได้ไม่ล่าช้าเหมือนทุกวัน จากนั้นเข้าอำเภอหนองจิก ตลอดทาง พอมาถึง โรงเรียนตาดีกา ชั้นเด็กเล็กของชาวมุสลิม เด็กๆหลายคน ให้ตูนช่วยแวะ ก็ขอบริจาค คนละ1บาทด้วย ทำให้ตูน ตื่นตันใจมาก ขณะเดียวกัน มี นายเอก ยังอภัย ณ สงขลานายอำเภอหนองจิก จ.ปัตตานี ให้การต้อนรับ และมอบพระหลวงพ่อทวด เลี่ยมทอง รุ่นเลื่อน และบริจาคเงินอีกจำนวนหนึ่ง พอมาถึงที่ ค่ายทหารอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้เข้าในค่าย ทำพิธีวางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนอิงค์ ขณะเดียวกัน หน่วยทหารหลายหน่วยทยอยบริจาคเงินเป็นจำนวนมาก
จากนั้นคณะตูน ได้วิ่งออกจากค่าย โดยมีกำลังทหาร ประชาชน ชมรมนักวิ่งต่างๆ กว่า 300 คน วิ่งตามกันมาเป็นขบวน โดยมีประชาชนคอยต้อนรับตลอดทางเช่นกัน และมาถึง จุดพัก ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ม.7 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จงปัตตานี
เวลา 13.00 น. เพื่อพักเพื่อผ่อนคลายการวิ่ง เนื่องจากเส้นทางวิ่งเลี่ยงเข้าเมือง ทำให้ประชาชนในเมืองและที่อื่นๆได้แห่กันมามาก ร่วมถ่ายรูปและบริจาค แต่ต้องเข้าแถวยาวเหยียด ประกอบกับมีฝนตกลงมา ทำให้อยู่กลางสายฝน จนเวลา 15.30 น.ได้วิ่งต่อไปยัง เขตสงขลา โดยเหลืออีก ประมาณ 13 กม. เข้าเขต อ.เทพา จ.สงขลา
ขณะนี้ยอดบริจาคเป็นจำนวน เงินเกือบทะลุ 80 ล้านแล้วตลอดเส้นทางมีทหาร ฉก ทหารพรานที่ 43 และตำรวจในพื้นที่ เฝ้าตามเส้นทางที่วิ่งทุกช่วง พร้อมด้วยรถยนต์สายตรวจ เฝ้าเช่นกันเพื่อรักษาความปลอดภัย
นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอหนองจิก จงปัตตานี เผยว่า เห็นปรากฏการร์ที่สำคัญ ไม่ว่านับถือศาสนาใด ออกมาแสดงพลังความดี ช่วยกุศล เพื่อ 11 รพ นำโดย ตูน ผมเชื่อมั่นว่า เป็นปรากฏการณ์สำคัญของชายแดนใต้ เราสามารถสื่อสารออกไป โดยเฉพาะจุดแข็งของชายแดนใต้ ความเป็นพหุวัฒนธรรม จะเห็นว่า ยืนยันว่า มีส่วนรวมช่วยกัน ซึ่ง ภาพที่ปรากฏครั้งนี้ เป็นการทำลายกำแพงของความหวาดกลัว จะเห็นว่าชายแดนใต้ เป็นเมืองน่าอยู่ สามารถ ดูแลซึ่งกันและกันดูแลกัน เป็นเจ้าภาพที่ดี ขอบคุณคุณตูน ที่จุดประกายความหวังชายแดนใต้ เชื่อในทำความดี และจะเห็นแสงสว่างในปลายอุโมงค์ในด้านความสงบชายแดนใต้ได้