"ดีเอสไอ" ตะลุยภูเก็ต ทวงคืนที่หลวงหมื่นล้าน!
03 พ.ย. 2560 | jirasin_yin

อธิบดีดีเอสไอเตรียมลงพื้นที่ภูเก็ตขยายผลเอาผิดคดีบุกรุกหาดลายัน-เลพังหลังศาลฎีกาตัดสินเอกชนบุกรุกที่สาธารณะประโยชน์ 178ไร่ เผยพื้นที่ถูกบุกรุกแถบอันดามันมูลค่าสูงนับหมื่นล้าน
ข่าว
03 พ.ย. 2560 | jirasin_yin

อธิบดีดีเอสไอเตรียมลงพื้นที่ภูเก็ตขยายผลเอาผิดคดีบุกรุกหาดลายัน-เลพังหลังศาลฎีกาตัดสินเอกชนบุกรุกที่สาธารณะประโยชน์ 178ไร่ เผยพื้นที่ถูกบุกรุกแถบอันดามันมูลค่าสูงนับหมื่นล้าน
กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)-3พ.ย. 60พ.ต.ท.ประวุธวงศ์สีนิลรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเอกชน6รายบุกรุกพื้นที่ริมหาดลายัน-เลพังม. 4-6ต.เชิงทะเลอ.ถลางจ.ภูเก็ต178ไร่มูลค่าความเสียหาย1,200ล้านบาทว่าเมื่อวันที่1พ.ย.ที่ผ่านมาศาลจังหวัดภูเก็ตได้อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดีที่นางอรพรรณพลอยเพชร,นายพิทักษ์บุญพจนสุนทรบริษัทพังงารีสอร์ทจำกัดกับพวกรวม 9 รายเป็นโจทก์ฟ้องสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเมื่อปี2549โดยศาลเห็นว่าที่ดินข้อพาทดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะจึงตัดสินให้หน่วยงานรัฐเป็นฝ่ายชนะคดีหลังจากนี้ดีเอสไอจะรอให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดที่ดินจากนั้นดีเอสไอจะดำเนินคดีกับเอกชนในข้อหาบุกรุกและจะรับสำนวนไว้เป็นคดีพิเศษพร้อมมอบหมายให้พนักงานสอบสวนนำป้ายไปปักเพื่อบังคับคดีกับผู้ที่อยู่และผู้ที่ใช้ประโยชน์ในปัจจุบันให้ออกจากพื้นที่ตามกฎหมายภายใน15วันเพราะขณะนี้มีคำพิพากษาที่ชัดเจนถึงที่สุดแล้วรองอธิบดีดีเอสไอกล่าวอีกว่าสำหรับที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวผู้ครอบครองได้นำไปทำธุรกิจโรงแรมมีมูลค่าการซื้อขายไร่ละกว่า70ล้านบาทหากครบกำหนดเวลา15วันแล้วผู้บุกรุกเดิมยังไม่ออกจากพื้นที่ดีเอสไอจะขอศาลออกหมายจับเพื่อดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกหรือกรณีที่มีผู้บุกรุกรายใหม่เข้ามาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่สามารถดำเนินคดีได้เลยเพราะที่ดินดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะประชาชนทั่วไปสามารถเข้าใช้ประโยชน์ได้"หลังจากเพิกถอนโฉนดแล้วการขึ้นทะเบียนที่ดินแปลงนี้ต้องเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติอนุมัติให้เป็นที่ดินรัฐและประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาหลังจากนั้นจึงจะขึ้นหนังสือสำคัญที่หลวงหรือนสล.ได้ทั้งนี้คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการสอบสวนคดีบุกรุกอุทยานแห่งชาติสิรินาถจ.ภูเก็ตซึ่งผู้กระทำความผิดมีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันแต่พื้นที่หาดเลพัง-ลายันอยู่นอกเขตอุทยานแต่เป็นที่สาธารณะประโยชน์ซึ่งบุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าไปถือครองได้"รองอธิบดีดีเอสไอกล่าวพ.ต.อ.ไพสิฐวงศ์เมืองอธิบดีดีเอสไอเปิดเผยว่า.ในวันที่ 16 พ.ย.นี้ ตนจะลงพื้นที่จ.ภูเก็ตเพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ขยายผลการดำเนินคดีไปยังที่ดินแปลงอื่นที่มีพฤติการณ์บุกรุกและนำที่ดินสาธารณะประโยชน์ไปออกเอกสารสิทธิ์ โดยในจ.ภูเก็ตมีปัญหาการบุกรุกป่า อุทยานแห่งชาติ และที่สาธารณะประโยชน์จำนวนมาก มูลค่าที่ดินสูงถึง 10,000 ล้านบาท