เนชั่นทีวี

ข่าว

"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ไม่ตอบโจทย์ "พลวัตความจน"

01 พ.ย. 2560 | wanchat

"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ไม่ตอบโจทย์ "พลวัตความจน"

หลังจาก "ล่าความจริง" ได้นำเสนอประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับโครงการประชารัฐสวัสดิการ โดยเฉพาะการแจก "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า "บัตรคนจน" มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบว่าแม้โครงการนี้จะเป็นโครงการที่ดี แต่ก็ยังมีอุปสรรคปัญหาจากความไม่พร้อมในหลายๆ ด้าน ขณะที่ในทางทฤษฎี ก็ยังพบช่องโหว่ของเกณฑ์การคัดเลือกผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับ "บัตรคนจน" โดยนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่า หลักเกณฑ์การรับขึ้นทะเบียนคนจนค่อนข้างมีปัญหา อาจทำให้คนที่ไม่จนจริง ก็มีโอกาสได้รับบัตรคนจน และคนจนอีกหลายคน กลับไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ์ของบัตรคนจนได้

วันนี้ "ล่าความจริง" จะพาไปตามกันต่อถึงข้อดี และข้อด้อย ตลอดจนประเด็นที่รัฐต้องทบทวนในการบริหารจัดการ "บัตรคนจน" ว่าจะช่วยคนจนให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร ในวาระที่โครงการนี้เริ่มมาได้ครบ 1 เดือนเต็มแล้ว ไปติดตามรายละเอียดครบทุกประเด็นได้จากรายงานพิเศษชิ้นนี้ของคุณชลธิชา รอดกันภัย
การเรียนรู้การให้สิทธิ์ของภาครัฐ ไม่ได้เป็นเงินสด รายละเอียดปลีกย่อยเยอะ มีเงินซื้อสินค้าที่ไม่ได้ซื้อที่ไหนก็ได้ ซึ่งตามปกติแล้วต้องใช้เวลาพอสมควร
นี่เป็นข้อสรุปตลอดระยะเวลา 1 เดือนของการเดินหน้าโครงการ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" หรือ "บัตรคนจน" ที่ภาครัฐกำหนดให้ผู้ได้รับสิทธิ์ต้องเป็นผู้มีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี และขึ้นทะเบียนกับภาครัฐเอาไว้ ผู้ได้รับบัตรคนจจน จะได้วงเงินในบัตรเป็นค่าครองชีพ 200 หรือ 300 บาท พร้อมค่าเดินทาง 500 บาทต่อเดือน และส่วนลดการซื้อแก๊สหุงต้มที่ใช้ในครัวเรือนหรือค้าขาย

นักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ได้ศึกษาเรื่องนี้ และพบว่ากลุ่มเป้าหมายที่ใช้บัตรคนจน ยังขาดความรู้ ความเข้าใจในรายละเอียดของวิธีการใช้
การบริการของภาครัฐ การตรวจสอบ กลไกการเชื่อมโยงในความเข้าใจ ร้านธงฟ้าบางร้านก็ยังไม่พร้อมต่อการรองรับของประชาชน อย่างร้านธงฟ้ามี 17,000 ร้าน หากเป็นจำนวนพื้นที่เล็กๆ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่เฉลี่ยแล้วเป็นพื้นที่ในวงกว้าง การเดินทางไปยังธงฟ้าก็เกิดต้นทุนสูงแม้โครงการนี้จะเป็นโครงการที่ดี คือทำให้รัฐประหยัดงบประมาณในการช่วยเหลือคนจนในรูปแบบอื่นๆ และการกำหนดให้ใช้จ่ายผ่านบัตรที่คล้ายๆ เป็นบัตรแทนเงินสด สามารถรูดซื้อสินค้าได้ ป้องกันประชาชนนำเงินไปใช้ในทางที่ผิด หรือไปซื้อสินค้าต้องห้าม แต่การกำหนดประเภทสินค้ายังไม่กระจายตัวพอ และอาจไม่ตอบโจทย์คนจนที่มีภาระแตกต่างกัน
การที่ภาครัฐระบุระบุจำนวนสินค้าไม่ตอบโจทย์คนจน อาจมีภาระแตกต่างกัน บางคนอาจต้องการใช้เงินเพื่อดูแลผู้สูงอายุ บางคนที่อยู่อาศัยห่างไกลจากร้านธงฟ้า ต้องใช้การต้นทุนการเดินทางสูง ภาครัฐไม่สามารถให้ทุกคนได้
ส่วนที่มีบางฝ่ายโจมตีว่า โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นการเอื้อกลุ่มธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ของประเทศ เพราะซัพพลายเออร์ที่ส่งสินค้าเข้าร้านธงฟ้า มีแต่รายใหญ่เท่านั้น ประเด็นนี้ นักวิชาการทีดีอาร์ไอ มองว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวโครงการ เนื่องจากพ่อค้ารายใหญ่พร้อมลดราคาสินค้าเพื่อเข้าร่วมโครงการ และถือเป็นการช่วยเหลือคนจน ซึ่งพ่อค้ารายย่อยไม่สามารถทำได้ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือร้านค้าบางร้านอาจกินค่าหัวคิวในการซื้อสินค้า
เวลาเราพูดถึงร้านธงฟ้า ร้านเหล่านี้ยินดีที่จะลดราคา ไม่ได้กำหนดราคาที่ได้กำไรมากมาย ถ้าจะมองว่าทุกๆครั้ง รัฐกำหนดนโยบายการผูกขาดทางการค้า โดยกลุ่มคนไม่กี่ราย ก็ต้องย้อนมาดูถึงกฎหมาย SME ซึ่งที่สุดแล้วคนที่ได้ประโยชน์คือผู้บริโภค แต่สิ่งสำคัญคือการกินค่าหัวในการซื้อสินค้าที่บางร้านอาจฉวยโอกาส
เมื่อให้ประเมินภาพรวมของโครงการนี้ นักวิชาการทีดีอาร์ไอ บอกว่า เป็นโครงการที่ดีในการช่วยเหลือคนจน แต่ภาครัฐควรตรวจสอบว่ากลุ่มเป้าหมายที่ได้รับสิทธิ์นั้น จนจริงหรือไม่ และต้องตรวจสอบถึง "พลวัตการเปลี่ยนแปลง" เพราะคนจนในวันนี้ อาจไม่จนในวันข้างหน้า หรือวันนี้ไม่จน แต่วันหน้าอาจจน จึงต้องมีการอัพเดทข้อมูลทุกระยะ เพื่อช่วยเหลือคนจนอย่างตรงจุด ตรงกลุ่มเป้าหมาย และการดำเนินโครงการนี้ต้องทำควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพ เพื่อให้คนจนสามารถยืนหยัดในการสร้างฐานะให้กับตัวเองด้วย

ข่าวล่าสุด