เปิดชีวิต "ลุงเฉื่อย เข็มขัดเชือกฟาง" ราษฎรเต็มขั้น ของมหาพระราชา "ภูมิพล" ผู้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และไม่เคยลืมบุญคุณข้าวก้นบาตร

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

วันที่ 30 ต.ค.2560 กระแสข่าวลุงเฉื่อย หรือ นายเชื่อย โพยมแจ่ม อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 4 บ.โชค ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินทร์ จ.สุรินทร์ อดีตควาญช้างเร่ร่อนพเนจร แต่ปัจุบันอาศัยข้าวก้นบาตร ที่วัดโพธิ์รินทร์วิเวก หมู่ 2 บ้านเขวาสินรินทร์ ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์
หลังจากได้มีการนำเสนอข่าว เรื่องน่ารักของลุงเฉื่อยในวันถวายดอกไม้จันทน์ กรณี ที่เจ้าหน้าที่จุดคัดกรองเล่าว่า "ตอนผ่านจุดคัดกรอง พบคุณลุงปล่อยชายเสื้อ เลยขอความกรุณาให้คุณลุงเอาชายเสื้อเข้าในกางเกง ลุงตอบแบบนิ่ง ๆ ผมไม่มีเข็มขัด แล้วก้อรีบจัดชายเสื้อเข้าในกางเกง แล้วหันมาถามว่า แบบนี้ ใช้ได้หรือยัง? เข็มขัดลุงเจ๋งมากค่ะ" โดยสังคมโซเซียลมีเดียได้มีการเผยแพร่เรื่องราวออกไปเป็นจำนวนมาก จุดเริ่มต้นจาก คนต้นเรื่องคือ นายอุเทน ชูวา (ชาคริต) และ นายเสน เหลี่ยมดี แอดมิน เพจ ชุมชนเขวาสินรินทร์ ได้นำเรื่องราวภาพและเรื่องราวของลุงเฉื่อยมาโพสต์ จนสังคมโซเซียลมีเดียกระหน่ำแชร์เรื่องราวออกไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นที่สนใจชั่วข้ามคืน มี ยอดไลท์มากถึง 14,099 ครั้ง ยอดแชร์ 4,553 ครั้ง และยอดเข้าถึงมากกว่า 2 ล้าน คนเห็นโพสต์นี้
และเมื่อ เวลาประมาณ 09.40 น.ของวันที่ 29 ต.ค.60 ที่ผ่านมา สำนักพระราชวังได้มอบหมายให้หน่วยงาน นำสิ่งของพระราชทานมอบให้แก่ ลุงเฉื่อย หรือ นายเชื่อย โพยมแจ่ม โด ยลุงเฉื่อย รู้สึกปลาบปลื้มปิติเป็นอย่างยิ่ง ก่อนถวายคำนับและก้มลงกราบพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวง ร.9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10
ล่าสุด วันนี้ วันที่ 30 ต.ค.2560 ผู้สื่อข่าวได้รุดตรวจสอบความคืบหน้า ที่วัดโพธิ์ รินทร์วิเวก หมู่ 2 บ้านเขวาสินรินทร์ ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ พบ ลุงเฉื่อย อยู่ในชุด ออกทุกข์ เสื้อเชิ๊ต ประจำ จ.สุรินทร์ สีเขียว สวมกางเกงกีฬาสีเทา ที่พระวัดศาลาลอยพระอารามหลวง นำมาบริจาคให้ กำลังกวาดลานวัด ทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ และพบรถจักรยานสองล้อคู่ใจ ที่ใช้ปั่นไปกลับวัดเพื่อเปลี่ยนกางเกงระยะทางกว่า 6 กม. รวมไปกลับ 2 รอบกว่า 24 ก.ม.ตามที่เป็นข่าวดัง
นายเสน เหลี่ยมดี อายุ 44 ปี แอดมิน เพจ ชุมชนเขวาสินรินทร์ (อ่านว่า ขะ-เหวา-สิน-นะ-ริน) กล่าวว่า ที่ไป ที่มา สืบเนื่องจาก ด.ต.สุพจน์ เนื่องประโคน หนึ่งในทีมช่างภาพงานประชาสัมพันธ์ของอำเภอเขวาสินรินทร์ ได้ถ่ายภาพของคุณลุงเฉื่อยบอกว่า พอตนเห็นภาพเกิดสะดุดตา และมีความรู้สึกว่า มันได้อารมณ์ ด้วยความมุ่งมั่น และไฮไลท์อยู่ที่เข็มขัดเชือกฟาก เห็นความน่ารักของคุณลุงเฉื่อย ก็เลยอยากแชร์ออกไป ให้เห็นว่าลุงเฉื่อย ไปร่วมถวายดอกไม้จันทน์ โดยใช้ชุดดำ เข็มขัดเชือกฟาง หลังจากโพสต์ลงไปในเพจ ชุมชนเขวาสินรินทร์ ปรากฏว่ามีคนแชร์ออกไปเยอะมากๆ จนกลายเป็นกระแสในสังคมโซเซียลมีเดีย
มารู้ทีหลังถึงความมุ่งมั่น ว่าคุณลงปั่นจักรยานไป กลับถึง 2 รอบ รอบแรกไปใส่กางเกงยีนส์ พอหลังจากนั้นก็กลับมาเปลี่ยนใหม่ ปั่นจักรยานด้วย ระยะทางประมาณ 8-9 ก.ม. ถึงได้มาซื้อกางเกงสแล็ค สีดำ เข้าไปยังจุดคัดกรอง แต่ด้วยความเคยชินกับเข็มขัดเชือกฟาง ก็เลยไม่ได้ซื้อเข็มขัดใหม่เข้าไป พอเข้าไปเจ้าหน้าจุดคัดกรอง ก็ได้บอกให้ลุงเฉื่อยเอาเสื้อเข้าไปในกางเกงหน่อย คุณลุงก็เอาเสื้อเข้าในกางเกง ผลปรากฏว่าไม่มีเข็มขัด ลงเฉื่อยก็ถามเจ้าหน้าที่จุดคัดกรองว่า ชุดนี้ได้ไหม ใช้เชือกฟางมารัดกางเกงที่หลวม ซึ่งเจ้าที่ที่ก็โอเคอนุญาตให้เข้าไป ก็ปรากฏเป็นภาพที่มีการแชร์กัน เป็นภาพความน่ารัก ของลุงเฉื่อย เข็มขัดเชือกฟาง
พระครูปิยะธรรมาพร เจ้าอาวาสวัดโพธิ์รินทร์วิเวก ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอ เขวาสินรินทร์ กล่าวว่า สมัยหนุ่มนายเฉื่อยไม่ได้ทำอะไร ผู้ใหญ่บ้านโชค ก็เลยให้ไปเป็นควาญช้าง คอยดูแลช้าง และเลี้ยงช้าง เดินทางไปทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น ที่ จ.ภูเก็ตบ้าง จ.เชียงใหม่ บ้าง พอเบื่อจากการเลี้ยงช้าง ก็มาขออาศัยอยู่ที่วัด อาตมาก็เลยตั้ง ให้เป็นบุคคลสาธารณะของประชาชน ไม่ว่างานอะไรก็ใช้ได้ทั่วประเทศ เป็นสัปเหร่อด้วย เป็นคนใช้ได้ ไม่เคยมีครอบครัว อาตมาก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เห็นแต่เจ้าหน้าที่ถ่ายภาพ ตอนช่วงวางดอกไม้จันทน์ กิจวัตรประจำวัน เป็นสัปเหร่อประจำวัน ติดตามหลวงตาเวลาบิณฑบาต สงสารก็เลยให้มาอยู่วัด อาศัยวัด ลุงเฉื่อยไม่เคยลืมข้าวก้นบาตรด้านลุงเฉื่อย หรือนายเชื่อย พโยมแจ่ม อายุ 60 ปี กล่าวว่า ตนเกิดเมื่อ พ.ศ.2500 เป็นบุตรของ นายชิม - นางลีม โพยมแจ่ม มีพี่น้องร่วมสายโลหิต 5 คน ตายไป 1 คน เหลือ 4 คน เป็นคนบ้านโชค ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ซึ่งห่างจากวัดโพธิ์รินทร์วิเวก เพียง 1 ก.ม. สถานภาพโสด ไม่เคยมีครอบครัว แต่มีสาวชอบมาจีบแต่ไม่เคยสนใจ
ตนไม่เคยเข้าเฝ้าในหลวง รัชกาลที่ 9 เคยเห็นแต่ในโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ พระองค์ทรงเสด็จไปทั่วประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือและสอนปรัชญาเศรษฐ์กิจพอเพียง ให้พสกนิกรของพระองค์ ตนรู้สึกดีใจที่ได้เกิดในรัชกาลของพระองค์ ต่างประจักษ์แก่ตาและตระหนักในใจตนเองว่า ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมหาศาล เป็นคุณอเนกอนันต์ มาอย่างต่อเนื่องตลอด 70 ปี ที่ทรงครองราชย์ ตราบสิ้นพระชนม์ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ต้องมานั่งรำลึกนึกย้อนไปนานๆ แต่เราได้เห็นด้วยตา ยังแจ่มชัด ประทับแน่นในใจ และสำนึกในพระคุณมากล้นเหลือคณานับ ขอน้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้