เนชั่นทีวี

ข่าว

รองนายก อบต.มึนถูกใบสั่งจราจร ยันไม่เคยขับไปหวั่นโดนสวมทะเบียน

29 ต.ค. 2560 | nation_ent

รองนายก อบต.มึนถูกใบสั่งจราจร ยันไม่เคยขับไปหวั่นโดนสวมทะเบียน

ปทุมธานี-เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 29 ต.ค.60 นายไพบูลย์ เกิดบุญนิรันดร รองนายก อบต.บ้านปทุม อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 125/377 ม.1 ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้ร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวเนื่องจากได้รับใบสั่งจากเจ้าพนักงานจราจร ซึ่งไม่ใช้รถยนต์ของตนเอง แต่หมายเลขป้ายทะเบียนกลับเหมือนกันคาดว่ามีการสวมทะเบียนเกิดขึ้น หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม


จากการสอบถาม นายไพบูลย์ เกิดบุญนิรันดร รองนายก อบต.บ้านปทุม กล่าวว่า ตนเองได้รับใบสั่งจากเจ้าพนักงานจราจร ตู้กำแพงเพชร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ข้อหา ไม่ปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรพื้นพื้นถนน ตาม พรบ.จราจร ม.21 , ม.152 เมื่อวันที่ 29 ก.ย.60 เวลา 12.02 น. บนถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ระบุค่าปรับ 500 บาท จากการตรวจสอบภาพในใบสั่งพบเป็นรถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า เป็นรถแท็กซี่เขียวเหลือง ป้ายทะเบียนสีเหลือง หมายเลข 1มก2386กรุงเทพมหานคร ซึ่งลักษณะของรถยนต์และหลายเลขทะเบียนเหมือนกับรถยนต์ของตนเอง แต่จากต่างกันที่กรอบของป้ายทะเบียน โดยรถในภาพใบสั่งจะเป็นกรอบทะเบียนแต่งมีขัดขั้น ส่วนป้ายทะเบียนของตนนั้นเป็นกรอบธรรมดา กระจังหน้ารถในภาพใบสั่งเป็นกระจังสีเงินเงา แต่รถยนต์ของตนนั้นเป็นกระจังสีเขียว และการติดสติกเกอร์บริเวณกระจกหน้ารถก็ไม่เหมือนกัน จากที่กว่างจะเห็นว่ามีหลายจุดที่ไม่เหมือนกัน
นอกจากนี้ในวันที่เกิดเหตุตนเองจอดรถไว้ที่บ้าน และไปทำงานที่ อบต.บ้านปทุม เนื่องจากตนเองจะขับรถแท็กซี่เฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น ส่วนวันที่เกิดเหตุในใบสั่งเป็นวันศุกร์ เมื่อได้รับใบสั่งจึงแปลกใจและตรวจสอบพบว่าป้ายทะเบียนมีตัวเลขที่เหมือนกัน พอรถคันนั้นทำผิดกฎหมายตำรวจก็ส่งใบสั่งไป แต่ข้อมูลที่ตำรวจมีแค่คันเดียว คันที่มีทะเบียนจริงซึ่งคือเราจะได้รับ แต่คันที่ทำผิดจริงจะไม่ได้ นั่นเท่ากับคนกระทำผิดไม่ได้รับโทษแต่คนที่ไม่ได้ทำกลับโดน จึงได้เข้าไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก พร้อมกับลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน คาดปัญหามาจากการสวมทะเบียนรถยนต์ จากการที่มีใบสั่งออกมาตนก็กังวลใจ หากมีการสวมป้ายทะเบียนแบบนี้อาจจะทำให้ตนเองเกิดปัญหาในการทำงานได้ เพราะหากไปก่อเหตุอาชญากรรม หรือเกี่ยวข้องกับสารเสพติดผิดกฎหมาย ความเดือดร้อนก็จะมาตกที่ตนเอง จึงอยากให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบเพื่อป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีก

ข่าวล่าสุด