หมอของพระราชา พร้อมบริการประชาชน เตรียมทีมแพทย์-พยาบาล - จิตอาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และประชาชนจิตอาสาพยาบาล เดินบริการประชาชนไม่เหน็ดเหนื่อย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่บริเวณราชดำเนินกลาง ตั้งแต่แยกผ่านพิภพลีลา ถึงแยกผ่านฟ้าลีลาศ ว่า ประชาชนยังคงปักหลักเข้าร่วมงานพระราชพิธีฯ อย่างไม่มีท้อถอย ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ และอากาศที่ร้อนอบอ้าว อย่างไรดีในบรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวนั้น ทำให้ประชาชนที่พักผ่อนไม่เพียงพอและเจอภาวะที่ประชาชนเบียดเสียดเพื่อให้เข้าใกล้พื้นที่งานพระราชพิธีฯ มากที่สุด ทำให้หลายคนมีอาการหน้ามืด และเป็นลม

ทั้งนี้ในพื้นที่ตลอดถนนราชดำเนินนั้น มีทีมแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆ พร้อมอาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และประชาชนจิตอาสาพยาบาล หลายคณะเดินสำรวจพื้นที่บริเวณเพื่อคอยดูแลและปฐมพยาบาลประชาชนที่มีอาการเจ็บป่วย โดยนายสิริศิลป์ ถนอมมีศิลป์ อาสากู้ภัยพื้นที่ถนนราชดำเนินกลาง ช่วงแยกผ่านฟ้าลีลาศ จนถึง แยกอนุสาวรีย์ประชาธิไตย ได้นำทีมอาสาพยาบาล และทีมกู้ภัยเดินให้บริการประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่าทีมแพทย์อาสาช่วงดังกล่าวมีทั้งหมด 8 ทีม จะสลับเดินตรวจพื้นที่และให้บริการประชาชนที่มีอาการเจ็บป่วยโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แม้จะเดินเท้าตั้งแต่ช่วงเช้า จากการปฏิบัติหน้าที่พบว่ามีประชาชนที่มีอาการไม่สบาย หน้ามืด เป็นลมอยู่เป็นระยะ ทั้งนี้สาเหตุมาจากร่างกายอ่อนเพลีย และพักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจากนั้นยังพบประชาชนที่มีภาวะเครียด ชักเกร็ง ซึ่งทีมอาสากู้ภัยและทีมแพทย์อาสาเข้าปฐมพยาบาลให้อาการกลับมาเป็นปกติ

หมอของพระราชา พร้อมบริการประชาชน

หมอของพระราชา พร้อมบริการประชาชน


ขณะที่ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลพระรามเก้า นายธานินทร์ พุทธขันธุ์ หัวหน้าแผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลพระราม 9 ที่ตั้งจุดพยาบาลที่ตึกเทเวศร์ประกันภัย ให้สัมภาษณ์ว่า ทีมแพทย์ประจำจุดพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม และจะปฏิบัติหน้าที่ไปจนถึงวันที่ 27 ตุลาคมจนกว่างานพระราชพิธีฯ จะแล้วเสร็จ โดยหน้าที่หลักคือการช่วยเหลือ พยาบาลประชาชนที่ล้มป่วย และมีการไม่สบาย ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ตลอดช่วงบริการพบประชาชนที่ป่วยเล็กน้อย อาทิ อ่อนเพลีย, เป็นลม,หน้ามืด ประมาณ 600 คน เฉลี่ยพบผู้ป่วยชั่วโมงละ 30 - 50 คน และมีประชาชนที่ป่วยต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง เพราะโรคประจำตัวกำเริบ เช่น โรคหัวใจ, ความดันโลหิตสูง ประมาณ 200 คน

หมอของพระราชา พร้อมบริการประชาชน

"นอกจากทีมแพทย์ของโรงพยาบาลพระรามเก้าที่ประจำจุดพยาบาลแล้ว ยังมีทีมสนับสนุนจากอาสากู้ภัยป่อเต๊กตึ๊งที่เดินเท้าภาคสนามเพื่อช่วยเหลือประชาชนเบื้องต้น หากพบว่าคนใดมีอาการที่ต้องพบแพทย์ หรือ ต้องนอนรอดูอาการจะส่งมายังจุดบริการเพื่อรักษาต่อไป ทั้งนี้การทำงานแม้ทีมแพทย์ช่วงงานพระราชพิธีฯ แม้จะเหนื่อยแต่ถือเป็นความภูมิใจของทีมแพทย์ทุกคนที่มีโอกาส ได้ทำงานเพื่อรับใช้เบื้องพระยุคลบาทเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งพวกเราจะทำงานให้สมกับคำที่ทุกคนเรียกขานว่าเป็นทีมแพทย์ของพระราชา" นายธานินทร์ กล่าว

หมอของพระราชา พร้อมบริการประชาชน



ขณะที่ทีมแพทย์จากโรงพยาบาลยันฮี นำโดย นพ.สุธน พิศูทธินุศาสตร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลยันฮี กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความภาคภูมิใจที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ช่วงงานพระราชพิธีสำคัญฯ แม้ตนเองและทีมแแพทย์จากโรงพยาบาลไม่สามารถเข้าร่วมงานพระราชพิธีฯ อย่างใกล้ชิดได้ แต่การได้ช่วยเหลือประชาชนที่ตั้งใจเข้าร่วมงานพระราชพิธีฯ นั้นถือเป็นความสุขใจและภาคภูมิใจ ส่วนการปฏิบัติงานนั้น ยังไม่พบผู้ป่วยอาการหนัก มีเพียงผู้สูงอายุที่มีอาการ หน้ามืด และเป็นลม จากอากาศร้อน มีอาการอ่อนเพลีย เพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ ทั้งนี้พบประชาชนที่เกิดภาวะเครียด จนหายใจไม่ออก จำนวน 1 ราย แต่หลังจากที่พยาบาลได้ช่วยปฐมพยาบาลจนร่างกายปกติแล้วได้กลับไปต่อแถวเพื่อรอคิวกราบถวายดอกไม้จันทน์ ที่บริเวณโรงเรียนสตรีวิทยาต่อไป

และนอกจากจุดพยาบาลจุดใหญ่ ที่มีรถรับ-ส่งฉุกเฉินแล้ว บริเวณหน้าศูนย์เบนซ์ธนบุรี สาขาราชดำเนินถนนราชดำเนินกลาง ฝั่งมุ่งหน้าไปยังสนามหลวง มีจุดพยาบาลจากโรงพยาบาลสมิติเวช จุดย่อย ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ปักหลักร่วมงานพระราชพิธีฯ อย่างใกล้ชิด โดยนางรัตนาภรณ์ โรจนดิษฐ์ หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ให้สัมภาษณ์ว่า เดิมจุดบริการของโรงพยาบาลจะตั้งอยู่ฝั่งเดียว คือ ฝั่งตึกเทเวศร์ประกันภัย แต่เนื่องด้วยประชาชนปักหลักอยู่ทั้ง 2 ฝั่งถนน ทางหน่วยจึงขยายจุดบริการ โดยการบริการที่ประชาชนขอรับมากที่สุด คือ พลาสเตอร์ปิดแผล เพราะประชาชนถูกรองเท้ากัด จนเป็นแผลและเจ็บปวด นอกจากนั้นคือ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพราะหกล้ม เป็นแผลถลอก ทั้งนี้ถือเป็นความภูมิใจอย่างสูงสุดที่ได้ปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชน แม้ตนเองจะได้นอนเพียง 2ชั่วโมง แต่การประจำจุดเพื่อบริการประชาชนตั้งแต่ช่วง 03.00 น. ยังพร้อมเต็มที่ ทั้งนี้สังเกตว่า ตนเองสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ และไม่เหน็ดเหนื่อย เนื่องจากตนเองยึดถือว่าการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9. และต้องการทำหน้าที่ให้สมกับเป็นหมอของพระราชา.