กว่า 100,000 คน ในสนามหลวงชั้นในได้ชมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9 ไกล้ชิด ส่วนประชาชนที่อยู่นอกจุดคัดกรอง เจ้าหน้าที่ แนะ พระเมรุมาศจำลองไกล้เคียง 5 จุด รอบสนามหลวง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

25 ต.ค. 2560 กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (กอร.พระราชพิธีฯ) ระบุเช้านี้มีประชาชนเดินทางเข้ามาในมณฑลพิธีท้องสนามหลวงจำนวนมาก ตามที่ กอร.พระราชพิธีฯ คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นไปตามแผนรองรับประชาชนที่ได้วางไว้ และช่วงสายมีจุดคัดกรองบางจุดเปิดชั่วคราว เนื่องจากช่วงบ่าย เวลา 15.00 น. มีหมายกำหนดการพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งประชาชนที่ผ่านจุดคัดกรองเข้ามาก็ปฏิบัติตามที่ กอร.พระราชพิธีฯ ขอความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องน่าห่วงคือสุขภาพของประชาชน เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนทั้งฝนตก แดดร้อนจัด จึงของให้ประชาชนดูแลสุขของตนเองและสมาชิกในครอบครัวด้วย

ส่วนความพร้อมด้านการเดินทาง การบริการอาหารและน้ำดื่ม การบริการจุดพักค้างของประชาชนต่างจังหวัด การบริการสุขา การติดตั้งจอ LED และในด้านความปลอดภัย ซึ่งมีกล้อง CCTV ติดตั้งรอบสนามหลวง จำนวน 1,171 ตัว พร้อมเจ้าหน้าที่เทศกิจกว่า 2,000 นายต่อวัน ในการดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง มีข้อสงสัยโทร สายด่วน กทม 1555
โดยจุดคัดกรองที่ประชาชนเข้ามามากที่สุด คือ จุดพระแม่ธรณีบีบมวยผม และจุด ถนนกัลยาณไมตรี คาดว่าประชาชนจะเข้ามาเต็มพื้นที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวงชั้นใน หลังเที่ยงคืนวันนี้ประมาณ 100,000 คน
ทั้งนี้ กอร.พระราชพิธีฯ ได้เตรียมทีมประชาสัมพันธ์ เพื่ออธิบายประชาชนที่อยู่นอกจุดคัดกรอง กรณีที่ประชาชนไม่สามารถผ่านจุดคัดกรองนั้นมาได้ จะแนะนำให้ผ่านจุดคัดกรองพื้นที่ใกล้เคียง หรือพระเมรุมาศจำลอง 5 จุด รอบสนามหลวง ได้แก่ พระลานพระราชวังดุสิต ลานคนเมืองศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดิม สวนนาคราภิรมย์ และลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1 รวมถึงซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ บริเวณถนนราชดำเนินและวัดต่างๆ

หมายกำหนดการพระราชพิธีฯ 26 ตุลาคม 2560
สำนักพระราชวังแจ้งหมายกำหนดการ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
เวลา 07.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาในการพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เสด็จมาถึงยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารทรงทอดผ้าไตร ก่อนอัญเชิญพระบรมโกศ พระราชาคณะ 30 รูป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เปลื้องพระโกศทองใหญ่เชิญพระลองลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดลไปประดิษฐานที่พระยานมาศสามลำคาน ที่ประตูกำแพงแก้ว พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯตามไปส่งที่ชาลาพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทมุขเหนือ อัญเชิญพระบรมโกศด้วยพระยานมาศสามลำคานออกจากพระบรมมหาราชวัง ถวายนพปฏลมหาเฉวตฉัตรคันดาลกางกั้น แล้วยาตราขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ไปยังพระมหาพิชัยราชรถ หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศด้วย
เมื่อขบวนพระบรมราชอิสริยยศถึงยังพระมหาพิชัยราชรถ หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปยังพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ทรงทอดผ้าไตร 20 ไตร ที่ท้ายเกรินบันไดนาคพระมหาพิชัยราชรถ พระสงฆ์สดับปกรณ์เที่ยวละ 5 รูป อัญเชิญพระบรมโกศ ขึ้นประดิษฐานในบุษบก พระมหาพิชัยราชรถ ยาตราขบวนแห่อัญเชิญพระบรมโกศไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระดำเนินตาม
เมื่อริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศแห่อัญเชิญพระบรมโกศเข้าสู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปประทับรอที่พลับพลายก นอกราชวัติพระเมรุมาศ เมื่อเทียบพระมหาพิชัยราชรถ อัญเชิญพระบรมโกศลงจากพระมหาพิชัยราชรถ โดยเกรินบันไดนาค ประดิษฐานพระบรมโกศบนราชรถปืนใหญ่ เพื่อตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศสำหรับเวียนพระเมรุมาศ เสร็จแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯ ตามพระบรมโกศเวียนพระเมรุมาศครบ 3 รอบแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯไปประทับ ณ พระที่นั่งทรงธรรม เทียบราชรถปืนใหญ่ที่เกรินบันไดนาคพระเมรุมาศอัญเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐาน ณ พระจิตกาธาน ปิดพระฉากและพระวิสูตร ประกอบพระโกศจันทน์ ตั้งแต่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เปิดพระฉากพระวิสูตร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นพระเมรุมาศ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมศพ เสด็จลงจากพระเมรุมาศ เสด็จขึ้นผ่านพระที่นั่งทรงธรรมไปประทับรถยนต์พระที่นั่งหลังพระที่นั่งทรงธรรมเสด็จพระราชดำเนินกลับฯ
เวลา 16.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มายัง พระที่นั่งทรงธรรม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระบรมศพทรงธรรมที่พระเมรุมาศ สมเด็จพระสังฆราชถวายพระธรรมเทศนา จบ พระราชาคณะ 50 รูป สวดศราทธพรตถวายไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร ถวายพระเทศน์ และพระสงฆ์ที่สวดศราทธพรต สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จฯ ไปประทับที่มุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ผู้แทนจิตอาสาเชิญดอกไม้จันทน์ 9 พาน ผ่านพระที่นั่งทรงธรรม ถวายความเคารพแล้วเดินออกจากมณฑลพิธี
เวลา 17.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นพระเมรุมาศถวายพระเพลิงพระบรมศพ ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ และปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ เป่าแตรนอน และยิงปืนเล็กยาว 9 นัดพร้อมกับทหารปืนใหญ่ยิงปืนใหญ่ถวายพระเกียรติ 21 นัดเสด็จฯไปประทับมุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม จากนั้นพระราชทานพระราชานุญาตให้ สมเด็จพระสังฆราช สมด็จพระราชาคณะ พระบรมวงศานุวงศ์ พระประมุข ประมุข พระราชวงศ์ ผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ ฯลฯ ขึ้นถวายพระเพลิงพระบรมศพตามลำดับ หลังจากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปฎิสันถารกับพระประมุข ประมุข พระราชวงศ์ และผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ
เวลา 20.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มายังพระที่นั่งทรงธรรม พระสงฆ์สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 30 รุป สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ออกจากพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จขึ้นพระเมรุมาศ ปิดพระฉากปิดพระวิสูตร เพื่อเตรียมการถวายพระเพลิงพระบรมศพ
เวลา 22.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปประทับมุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม เจ้าพนักงานปฎิบัติการถวายพระเพลิงพระบรมศพเสร็จแล้ว ทรงทอดผ้าไตร ที่พระจิตกาธาน พระสงฆ์ 10 รูป สดับปกรณ์ เสร็จแล้วเสด็จฯกลับ