นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่าในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ อันใกล้นี้ความรู้สึกโศกเศร้า เสียใจ คิดถึง หรือระลึกถึงพระองค์ย่อมมีเพิ่มมากขึ้น ขอย้ำว่า เป็นปฏิกิริยาปกติทางจิตใจที่เกิดขึ้นได้ในผู้ที่มีความรู้สึกสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักหรือสิ่งที่เป็นความผูกพันยึดเหนี่ยวจิตใจได้ขาดหายไป แต่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น และหมดไปในช่วง6-8สัปดาห์
อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามการปรับตัวต่อการสูญเสียเป็นเรื่องของแต่ละบุคคลที่จะต้องจัดการและก้าวผ่านความทุกข์โศกของตนเองไปให้ได้ และการปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงความรู้สึกโศกเศร้า จะทำให้กระบวนการโศกเศร้านั้นยาวนานยิ่งขึ้นได้ซึ่งภาวะสุขภาพจิตที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในช่วงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯได้แก่ ปฏิกิริยาความโศกเศร้ารุนแรงที่แสดงออกในฝูงชน การร้องไห้ คร่ำครวญ กรีดร้อง ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ หรือมีภาวะหายใจเร็ว เกิดอาการมือจีบ ตัวเกร็ง เป็นลม ที่มักพบในช่วง3เดือนแรกหลังเกิดเหตุการณ์วิกฤตต่างๆเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที การเตรียมกายเตรียมใจให้พร้อมในช่วงเวลานี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
"เราทุกคนสามารถช่วยดูแลใจกันและกันได้ โดยหากพบคนรอบข้างที่เข้าร่วมในงานพระราชพิธีฯ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค หรือที่อาจไม่สามารถเดินทางเข้าร่วมงานด้วยได้ มีอาการร้องไห้ฟูมฟาย แยกตัวอยู่คนเดียว เพ้อ ซึมเศร้า เหม่อลอย หรือเอะอะโวยวาย ให้ใส่ใจ รับฟัง พูดคุยกับเขา ปลอบประโลมเขา สัมผัสให้เขารู้สึกว่ามีคนเข้าใจ มีคนให้กำลังใจ ถ้ายังไม่ดีขึ้น เช่น ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ โศกเศร้ารุนแรง มีความคิดฆ่าตัวตาย ให้ขอความช่วยเหลือจากหน่วยแพทย์พยาบาลเคลื่อนที่ ทีมMCATT จิตอาสาทูบีนัมเบอร์วัน หรือ สายด่วนสุขภาพจิต1323เป็นต้น"
อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่าพสกนิกรชาวไทยทุกคนล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ และทุกคนต่างรู้สึกโศกเศร้าเสียใจไม่ต่างกัน แต่อยากขอให้ทุกคนมีสติรู้เท่าทัน ทำจิตใจให้เข้มแข็งเพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนอื่นๆ รอบข้าง ซึ่งหากเรามีจิตใจที่เข้มแข็งแล้ว เราย่อมมีพลังด้านบวกที่พร้อมจะช่วยเหลือคนอื่นๆ ให้ก้าวผ่านความโศกเศร้าอันใหญ่หลวงครั้งนี้ไปได้ดังพระราชดำรัส"...ความสุขความเจริญนี้ แม้เป็นสิ่งที่พึงปรารถนาอย่างยิ่ง แต่ในวิถีชีวิตของคนเรานั้น ย่อมต้องมีทั้งสุขและทุกข์ ทั้งความสมหวังและผิดหวังเป็นปรกติธรรมดา ทุกคนจึงต้องเตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมกายให้พร้อม อย่าประมาท ...จึงขอให้ท่านทั้งหลายได้รักษาและสร้างเสริมสุขภาพของตนให้สมบูรณ์ ให้มีกำลังกายที่แข็งแรง มีกำลังใจที่เข้มแข็งหนักแน่น และมีสติรู้เท่าทันอยู่เสมอ จักได้สามารถนำพาตนให้ผ่านพ้นสถานการณ์ต่างๆ อันไม่พึงประสงค์ จนบรรลุถึงความสุขความเจริญ และความสำเร็จได้ ดั่งที่ตั้งใจปรารถนา..."
"เพราะความสุขของพระองค์ คือ อยากเห็นคนไทยมีความสุข จึงขอเชิญชวนพี่น้องคนไทยร่วมกันน้อมนำพระราชดำรัสมาเป็นสิ่งเตือนใจในทุกขณะของการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ เพื่อให้เกิดความหวังและกำลังใจที่ดี ที่จะช่วยก้าวผ่านความโศกเศร้าพร้อมนำพาประเทศชาติก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน สมดังพระราชปณิธานของพระองค์"อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว