ณ คืนนั้น...ที่รพ.ศิริราช
20 ต.ค. 2560 | te

1 ปีแห่งการสวรรคต ประชาชนยังคงหนาแน่นรพ.ศิริราชเช่นเดิม มีเพียงการแสดงออกถึงความรู้สึกเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงไป...
ข่าว
20 ต.ค. 2560 | te

1 ปีแห่งการสวรรคต ประชาชนยังคงหนาแน่นรพ.ศิริราชเช่นเดิม มีเพียงการแสดงออกถึงความรู้สึกเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงไป...
13 ตุลาคม 2559 ที่รพ.ศิริราช ประชาชนหนาแน่น ช่วงเวลากลางวันต่างอยู่ในอาการสงบนิ่ง ร่วมกันสวดมนต์ถวายพระพรแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งประทับรักษาพระอาการประชวร ณ ชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ จวบจนช่วงค่ำสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เสด็จสวรรคต ความสงบนิ่งแปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องไห้ระงม บ้างตะโกน "ไม่จริง ไม่เชื่อ"
ผ่านล่วงเป็นเวลา 1 ปี สถานที่เดียวกัน ประชาชนยังคงหนาแน่นเช่นเดิมตั้งแต่เช้าเพื่อร่วมกันทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ก่อนที่ช่วงเวลา 15.52 น.เวลาที่เสด็จสวรรคต มีการเจริญจิตภาวนา
กระทั่งช่วงเวลาค่ำ ประชาชนยังหนาแน่นเต็มลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เพื่อร่วมพิธี"ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์"โดยต่างมองขึ้นไปยังชั้น 16 แล้วก้มกราบด้วยหัวใจอันอาดูร ก่อนร้องเพลง"ความฝันอันสูงสุด"เปรียบประหนึ่งคำสัญญาที่ถวายต่อพระองค์ท่าน
ประชาชนชาวไทยที่เดินทางมาร่วมน้อมรำลึก ที่รพ.ศิริราช เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2560 ทั้งหมดมาด้วยความรู้สึกเดียวกัน"คิดถึงพระองค์ท่านและตั้งใจน้อมนำคำสอนสู่การปฏิบัติด้วยหัวใจที่เข้มแข็งแม้จะมีรอยน้ำตา"
พูดไม่ได้
นายสมบุญ มะกรูดอินทร์ อายุ 50 ปีซึ่งเดินทางมาพร้อมครอบครัว เป็นหนึ่งในบุคคลที่เมื่อ "คมชัดลึก"ขอพูดคุยด้วย คำแรกที่ได้รับการตอบกลับมาคือ "พูดไม่ได้ ตื้นตันอยู่ในใจ"ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ก่อนที่ดวงตาจะค่อยๆแดงขึ้นและมีน้ำตาคลอเบ้า เมื่อผ่านระยะหนึ่งจึงพอที่จะเริ่มพูดคุยสลับการหยุดเพราะ สมบุญมีเสียงสั่นเครือ พูดไม่ออกเป็นระยะๆ
สมบุญ บอกว่า เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2559 เดินทางไปลงนามถวายพระพรที่ศาลาสหทัยสมาคม ก่อนข้ามฟากมาสวดมนต์ที่รพ.ศิริราช และได้รับการบอกกล่าวหลังจากนั้นว่า"ปิดการลงนาม"ความรู้สึกในใจตอนนั้นคือ "ไม่เชื่อ"
สิ่งที่น้อมนำคำสอนของพ่อมาใช้ในการปฏิบัติ คือ "สูตร 30 30 30 10" เป็นหลักในการแบ่งส่วนต่างๆในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน หรือเงินที่หามาได้ เมื่อใช้ตามปัจจัยสี่แล้ว คือ ที่อยู่อาศัย 30 อาหารและยารักษาโรค 30 เครื่องนุ่งห่ม 30 ที่เหลือเก็บ 10 ส่วน เชื่อว่าถ้าชีวิตเราแบ่งส่วนได้ตามที่พระองค์สอนเราจะอยู่รอด เป็นสูตรสำเร็จ
"ที่พาลูกๆหลานๆมาด้วย เพราะต้องการให้เขาได้รับรู้ถึงทุกสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้แก่คนไทย ทรงเหนื่อยเพื่อใคร และรับรู้ว่าทำไมพระองค์ท่านถึงยิ่งใหญ่ ให้รับรู้ถึงพระคุณที่พระองค์ท่านทรงมีต่อคนไทย ส่วนตัวพยายามปลูกฝังให้ลูกนำสูตรสำเร็จนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันด้วย"นายสมบุญกล่าว
นั่งมองจากตรงนี้เห็นชั้น 16
จังหวะเวลาที่ลานพระราชานุสาวรีย์ฯไม่มีการจัดกิจกรรม ประชาชนจำนวนไม่น้อยต่างมานั่งและมองขึ้นไปยังชั้น 16นางพิจิตรา อำภาไพอายุ 50 ปี ก็เป็นหนึ่งในนั้น พร้อมถือพระบรมสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ 9 ขณะทรง"ปิดทองหลังพระ"บอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า นั่งมองจากตรงนี้รู้สึกเหมือนพระองค์ท่านยังอยู่กับเรา ยังมองพวกเราลงมาเสมอ เพราะเคยได้อยู่ในช่วงเวลาที่ประชาชนมาถวายพระพรและในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเปิดหน้าต่างออกมาทอดพระเนตร ทุกวันนี้บอกตัวเองว่าพระองค์ท่านยังอยู่ โดยอยู่ในใจเราเสมอ
ที่บ้านมีหิ้งสำหรับประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ พระบรมสาทิสลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระฉายาลักษณ์สมเด็จบรมพระราชินีนาถ ในหลวงรัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ส่วนพระบรมสาทิสลักษณ์ที่เชิญมาในวันนี้ได้รับจากพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่ง จึงเป็นสิ่งที่คอยเตือนจิตใจเราว่า"หากทำความดี ก็ไม่จำเป็นต้องอวดอ้างหรือให้ใครเห็นก็ได้ แต่จะเป็นสิ่งที่ทำให้สังคมดีและน่าอยู่ขึ้น "
"แม้ 1 ปีที่ผ่านมาจะรู้สึกเสียใจตลอดที่พระองค์ท่านจากพวกเราไป แต่ก็มุ่งมั่นในการเดินตามรอยพระบาท ด้วยการน้อมนำคำสอนเรื่องความพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าจะเป็นหลักยึดที่ทำให้ชีวิตเราก้าวหน้า มีความสุข ไม่ทะเยอทะยานอยากมากจนเกินพอ และเมื่อยามท้อก็จะนึกถึงพระองค์ท่าน ทำให้มีพลังขึ้นมาสู้กับเรื่องต่างๆ เพราะที่ผ่านมาทรงเหนื่อยกว่าที่เราเจอหลายเท่า หากบอกพระองค์ท่านได้ อยากบอกว่า ลูกจะทำความดีตลอดไป ช่วยสังคมในสิ่งที่ช่วยได้ และรักพระองค์ท่าน ทรงอยู่ในใจเสมอ"นางพิจิตรากล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น
ถุงพระราชทานใบนั้น
นางใหญ่ สังขเวก อายุ 79 ปีที่ถือถุงสีน้ำตาลพร้อมข้อความ "พระราชทาน" เล่าว่า หลายปีก่อนเคยเข้ารับการผ่าตัดทั้งขา 2 ข้างและท้องที่รพ.ศิริราช ตอนนั้นนึกขอพรจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าขอให้หายป่วยเร็วๆ และไม่เจ็บไม่ไข้อีก รักษาตัวจนหายดีกลับไปอยู่บ้านที่จ.ราชบุรี เมื่อครั้งที่พระองค์ท่านทรงพระประชวรและสำนักพระราชวังเปิดให้มีการลงนามถวายพระพร จึงนำมะม่วงจากสวน และต้นไม้ 5-6 ต้นมาทูลเกล้าฯถวายพระองค์ท่านด้วย
และมีเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังมาบอกว่า"คุณราษฎรนำมะม่วงมาถวาย"ก่อนที่จะมอบถุงพระราชทานใบนี้ที่ภายในมีสิ่งของใช้ ปลื้มใจและเก็บไว้จนตอนนี้ เมื่อออกจากบ้านไปไหนก็จะพกไปด้วยแทบทุกครั้ง ทำให้เรามีกำลังใจ เวลามีเรื่องไม่สบายใจก็จะหยิบถุงพระราชทานใบนี้ขึ้นมามอง และตั้งใจจะเก็บไว้จนชั่วชีวิต
นางใหญ่ บอกด้วยว่า 1 ปีที่ผ่านมามีโอกาสเดินทางรพ.ศิริราชหลายครั้ง เพราะนึกถึงพระองค์ท่าน ส่วนตัวจะยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิตต่อไป
13 ตุลาคม 2560 ที่รพ.ศิริราช ท่ามกลางประชาชนที่เนืองแน่น มีเสียงพูดว่า "ไม่เป็นไร แบ่งๆกัน"ดังขึ้นแทบจะทุกพื้นที่
ก่อนที่เสียงเปล่ง"สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์" จะดังกึกก้องรพ.ศิริราช
พวงชมพู ประเสริฐ รายงาน
-----
ที่มา : คมชัดลึกออนไลน์