บิ๊กล๊อต! รวบหนุ่มรับจ้าง 2 หมื่น ขนยาไอซ์ครึ่งตัน มูลค่าพันล้าน
17 ต.ค. 2560 | nation_ent

ผบ.ตร. แถลงจับบิ๊กล๊อต!! หนุ่มรับจ้าง 2 หมื่นขนยาไอซ์ครึ่งตันมูลค่าพันล้าน เตรียมส่งต่างแดนทางทะเลใต้-ตร.เร่งขยายผลจับทั้งขบวนการ
ข่าว
17 ต.ค. 2560 | nation_ent

ผบ.ตร. แถลงจับบิ๊กล๊อต!! หนุ่มรับจ้าง 2 หมื่นขนยาไอซ์ครึ่งตันมูลค่าพันล้าน เตรียมส่งต่างแดนทางทะเลใต้-ตร.เร่งขยายผลจับทั้งขบวนการ
สำหรับการจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา สภ.สีดา จ.นครราชสีมา ได้มีการต้ังจุดตรวจจุดสกัด และได้ตรวจพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า หลังคาแครี่บอย แสดงอาการพิรุธโดยไม่ยอมเข้าจุดตรวจและได้กลับรถเพื่อทำการหลบหนี ก่อนถึงจุดตรวจจุดสกัดดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการติดตาม แต่เนื่องจากเป็นช่วงเวลากลางคืนจึงทำให้ไม่สามารถติดตามจนพบได้ ซึ่งทาง สภ.สีดา ได้ประสานไปยัง สภ.ต่างๆ พื้นที่ใกล้เคียง ร่วมติดตามรถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าว และให้ประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนเพื่อช่วยในการแจ้งเบาะแส
ต่อมาในเวลา 12.50 น. ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บัวใหญ่ ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพบรถยนต์ที่มีลักษณะเดียวกันกับที่ได้แจ้งข้อมูลไว้ โดยจอดทิ้งในบริเวณข้างวัดหนองเซียงโข่ ต.กุดจอก อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา อีกทั้งได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าในบริเวณใกล้เคียงได้พบชายไทยไม่ทราบชื่อ จำนวน 2 คน เดินอยู่ลักษณะที่มีพิรุธ ต่อมา สภ.บัวใหญ่ จึงได้สนธิกำลังตรวจค้นรถยนต์กระบะคันดังกล่าว พบยาเสพติด ประเภทสารไอซ์ ในรูปแบบแท่งขนาด 1 กิโลกรัม จานวน 508 แท่ง บรรจุอยู่ในกระสอบถุงปุ๋ย จำนวน 11 ถุงปุ๋ย ซุกซ่อนอยู่บริเวณแค็บและในกระบะหลังคาแครี่บอย จึงได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บลายพิมพ์นิ้วมือ ตัวอย่างอีเอ็นเอไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ในบริเวณใกล้เคียงพบชายต้องสงสัย ทราบชื่อภายหลังว่า นายทินกร หรือโอเล่ ค่อมสิงห์ อายุ 30 ปี ชาว จ.นครพนม ที่บริเวณสถานีรถไฟบัวใหญ่ และจากการตรวจสอบหลักฐานกล้องวงจรปิด และได้สอบสวนผู้ต้องสงสัย รับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายบี (ไม่ทราบนามสกุล) รับจ้างจากนายทุนยาเสพติดให้ขับรถยนต์บรรทุกยาเสพติดดังกล่าวจาก จ.นครพนม ยังไม่รู้จุดหมายปลายทาง เนื่องจากนายทุนยาเสพติดจะสั่งการว่าให้ขับรถยนต์ไปเส้นทางใดเป็นระยะๆ โดยใช้เส้นทาง นครพนม-สกลนคร-กาฬสินธุ์-มหาสารคาม-บ้านไผ่-เมืองพล-สีดา ซึ่งในเบื้องต้นได้รับค่าจ้างในการขนส่งครั้งนี้จำนวน 20,000 บาท ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายบี (ไม่ทราบนามสกุล) และนายทุนยาเสพติดที่หลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป โดยของกลางดังกล่าวหากนำไปจำหน่ายให้กับผู้เสพจะมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า คนร้ายมักเป็นกลุ่มเดิมๆ เช่นกลุ่มหว้าใต้ กลุ่มหว้าเหนือ มีประมาณ 5-7 กลุ่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการสกัดกั้นการลำเลียงมาโดยตลอด แต่คนร้ายก็พยายามเบี่ยงเส้นทางเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการขนยาเสพติดที่มีจำนวนมากๆ ก็จะมีจุดอ่อนและจุดแข็ง สำคัญที่สุดคือแพ็คเกจที่ห่อยาเสพติดที่ใช้ตบตาเจ้าหน้าที่ สำหรับปัญหายาเสพติดตนได้นำเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ทราบเป็นระยะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็พยายามหามาตรการเพื่อเฝ้าระวังมาโดยตลอด
ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า เดิมทีการลำเลียงยาเสพติดมักพบในพื้นที่ภาคเหนือ แต่หลังจากที่ ผบ.ตร.มีคำสั่งปรับแผนเพิ่มมาตรการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนภาคเหนือ ทำให้คนร้ายเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงอ้อมผ่านมาทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือแทน โดยข้ามมาจากประเทศลาว แต่ประเทศลาวไม่ใช่แหล่งผลิต ซึ่งคนร้ายมีปลายทางลำเลียงออกไปทางทะเลภาคใต้ ผ่านไปยังประเทศมาเลเซีย และจากนั้นจะกระจายไปสู่ประเทศอื่นๆ อาทิ ออสเตรเลีย ไต้หวัน เป็นต้น เมื่อยาเสพติดถูกลำเลียงไปประเทศที่สามแล้ว จะทำให้มีมูลค่าเพิ่มถึงหมื่นล้านบาท