มีรายงานด้วยว่า ไฟป่าได้เผาทำลายพื้นที่ของเมืองซานตา โรซาไปถึง 87,500 ไร่ ประชาชนหลายพันคนต้องละทิ้งบ้านเรือนเพื่อเอาชีวิตรอด, โรงพยาบาล 2 แห่ง ต้องอพยพโดยเร่งด่วน มีรายงานผู้เสียชีวิต 10 คน บาดเจ็บกว่าร้อย เนื่องจากถูกไฟลวกและสูดควันไฟ นับเป็นการเผชิญความเสียหายจากไฟป่าที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของรัฐแคลิฟอร์เนีย
ทางรัฐฯ ได้ตั้งศูนย์รองรับผู้อพยพไว้ 3 แห่ง ขณะที่กำแพงเพลิงซึ่งมีความสูงเกือบ 100 ฟุต และได้รับแรงหนุนจากลมที่พัดด้วยความเร็ว 112 ก.ม./ช.ม. ได้ลุกลามข้ามทุ่งและขึ้นไปบนถนน ประชาชนจำนวนมากมีเวลาแค่ฉวยกุญแจรถเพื่อพาตัวเองและสัตว์เลี้ยงหลบหนีเท่านั้น ตำรวจทางหลวงต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ช่วยคนที่ติดอยู่บนถนน 42 คน พื้นที่ปลูกไร่องุ่นที่เป็นอุตสาหกรรรมผลิตไวน์มาหลายชั่วอายุคน เหลือเพียงเถ้าถ่าน ขณะที่ผู้ปลูกกัญชาในซานฟรานซิสโก ได้รับคำสั่งให้อพยพและเสี่ยงที่จะเผชิญความเสียหายมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกราว 3,000-9,000 แห่ง ในเขตโซโนมา
ด้านผู้ให้บริการก๊าซธรรมชาติ PG&E ได้ตัดไฟและตัดการส่งก๊าซไปยังพื้นที่ที่อยู่ใกล้ไฟป่า ขณะที่บางพื้นที่ไม่สามารถใช้โทรศัพท์บ้านได้ ขณะที่หัวหน้าหน่วยดับเพลิงแคลิฟอร์เนีย บอกว่า การดับเพลิงน่าจะทำได้อย่างจำกัดและหลายชุมชนน่าจะถูกไฟเผาวอด ตอกย้ำคำกล่าวของผู้ว่าการรัฐฯ ที่ว่า เปลวไฟกำลังลุกลามอย่างรวดเร็วและยากที่จะควบคุมได้