ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) - เมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนข้อเท็จจริงเอาผิดทางวินัย พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีไม่ไปฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ว่า ผลสรุปการสืบสวนข้อเท็จจริง ประเด็นที่ต้องพิจารณามีทั้งหมด 2 ประเด็น คือ เรื่องการใช้รถและใช้ป้ายทะเบียนปลอม ซึ่งมีการร้องทุกข์กล่าวโทษ และเรื่องที่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปที่ อ.อรัญประเทศ ซึ่งในความผิดทางคดีอาญา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่า ดีเอ็นเอ. ที่ตรวจมีสิ่งเจอปนจำนวนมาก ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า ผู้หญิงที่นั่งในรถนั้นเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือไม่ นอกจากนี้จากคำชี้แจงของ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ในครั้งหลัง ไม่ยอมรับว่าผู้หญิงที่นั่งในรถคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ตรงกับคำให้การในครั้งแรกของ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ที่ให้ไว้กับนายทหารรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าผู้หญิงที่นั่งในรถ คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ คณะกรรมการมีความเห็นว่า ไม่น่ารับฟัง และเชื่อในการสอบปากคำครั้งแรก ดังนั้น จึงมีข้อสรุปผลการสอบข้อเท็จจริง เพื่อชี้มูลคดี จากการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ผลการตรวจพิสูจน์แผ่นป้ายทะเบียนรถและภาพจากกล้องวงจรปิด คณะกรรมการมีมติ ว่า พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ มีความผิดวินัยข้าราชการตำรวจ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2517 มาตรา 78(1) ไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตและเที่ยงธรรม เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี จรรยาบรรณของตำรวจ และนโยบายของรัฐบาลโดยไม่ให้เสียหายแก่ราชการ ประกอบมาตรา 79(6) ซึ่งการกระทำของ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ผู้ถูกกล่าวหา ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการอย่างร้ายแรง คณะกรรมการสืบสวนก็จะเสนอเรื่องให้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รรท.ผบช.น.พิจารณาตั้งคณะกรรมการ เพื่อดำเนินคดีทางวินัยกับ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ต่อไป พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับผลของคดีวินัย จะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการคดีทางวินัย อัตราโทษมีหลายอย่าง ตั้งแต่ตัดเงินเดือน กักขัง กักยาม ปลดออก และให้ออก ในส่วนของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในเรื่องของคดีอาญา ขั้นตอนต่อไปก็จะเชิญ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ มารับทราบข้อกล่าวหาทางวินัยในวันที่ 10 ต.ค.