เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2560 ที่ สภ.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ทรงเกียรติ ทองสง ผกก.สภ.ปะเหลียน ร.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ คำนึง ร้อยเวร สภ.ปะเหลียน นำตัวผู้ต้องหาจำนวน 8 คน เข้าสอบปากคำหลังจากที่เมื่อคืนวันที่ 7 ตุลาคม 2560 เวลา 21.00 น. ได้รับแจ้งจากศูนย์ทีโอทีว่าระบบสัญญาณร้องเตือนไปยังระบบแม่ข่ายว่าสัญญาณถูกตัดบริเวณริมถนนตรัง-ปะเหลียน บ้านควนขุปรง หมู่ที่ 8 ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการลงสำรวจพื้นที่ทันที สามารถรวบจับคนร้ายที่กำลังก่อเหตุปีนเสาอยู่พอดี บางคนวิ่งหนีเข้าป่าแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามรวบตัวเอาไว้ได้ พร้อมของกลางรถกระบะอีซูซุ ตอนครึ่ง สีขาว ป้ายแดง ทะเบียน อ-8994 กทม. อุปกรณ์ คีม กรรไกร เลื่อย เครื่องสำหรับตัดสายไฟ จากนั้นขยายผลตามจับผู้ร่วมกระบวนการได้เพิ่มรวม 8 คน คือ นายอานนท์ จับพละ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 290 /182 ถ.ร่มเกล้า แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม. นางอรพินต์ ไหมน้อย อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 8 ต.อูโลก อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ นายสุพล วัลดี อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ที่ 6 ต.โนนสมบูรณ์ อ.นาฉลวย จ.อุบลราชธานี ด.ช.น้อย (นามสมมติ) อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ที่ 6 ต.โนนสมบูรณ์ อ.นาฉลวย จ.อุบลราชธานี นายสุพร วัลดี อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ที่ 7 ต.หนองเหล็ก อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ นายวุฒิชัย คุชิต อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/4 หมู่ที่ 5 ต.หนองเหล็ก อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ นายวิทยา ยาหอบ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ที่ 8 ต.ตรมไพร อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ และนายกิตติศักดิ์ มุมทอง อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่ 15 ต.หนองเหล็ก จ.สุรินทร์
จากการให้ปากคำทราบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นคนงานของ บ.เอ็มรีช เอ็นจีเนียริ่ง จำกัด ซึ่งทางบริษัทได้ประมูลรับเหมาช่วงต่อจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตรัง เพื่อเดินสายไฟให้กับการไฟฟ้า เริ่มทำงานมาได้เพียง 2 เดือน
ทั้งนี้ พ.ต.อ.ทรงเกียรติ ทองสง ผกก.สภ.ปะเหลียน กล่าวว่า คนร้ายรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุมาแล้ว 7 ครั้ง ก่อเหตุในเขต อ.ปะเหลียน จำนวน 5 ครั้ง ซึ่งรายได้ดี สายเคเบิ้ล 1 ช่วงเสาไฟฟ้าระยะ 50 เมตร ขายลวดทองแดงได้เงินถึง 20,000 บาท การกระทำครั้งนี้พบว่าเป็นการกระทำผิดแบบซึ่งหน้ากำลังปีนเสาไฟอยู่พอดี ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเข้าแจ้งความร้องเรียนถึง 11 ครั้ง แต่ทางเจ้าหน้าที่เล็งไปที่กลุ่มติดยา กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ ไม่คาดคิดว่าจะเป็นพนักงานผู้รับเหมาที่สวมรอยกระทำการดังกล่าว ซึ่งทำเสียเอง เพราะผู้ที่พบเห็นไม่มีใครเอะใจ เพราะคิดว่าเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงาน ทั้งนี้จะทำการขยายผลต่อไปยังร้านที่รับซื้อ ซึ่งบางร้านอยู่นอกพื้นที่ความรับผิดชอบ แต่บางร้านอยู่ในเขต อ.ย่านตาขาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป