อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการอนุมัติไปแล้วมีข้อทักท้วงว่าข้อความในส่วนที่เกี่ยวกับการให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ FX Option ที่แต่เดิมมาตรการกำหนดว่าผู้นำประกอบการเอสเอ็มอีสามารถใช้คูปอง วงเงิน30,000บาท สำหรับการซื้อเงินตราต่างประเทศเท่านั้น โดยสามารถใช้ได้เฉพาะเงินตราต่างประเทศFX Optionขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นการซื้อขายธรรมดาไม่ซับซ้อนสามารถใช้สิทธิเมื่อใดก็ได้ในเวลาที่กำหนด โดยการกำหนดด้วยการยกข้อความดังกล่าวทำให้เกิดการตีความว่าผู้ที่สามารถใช้สิทธิได้นั้นจะมีเฉพาะผู้นำเข้าที่ต้องการซื้อเงินตราต่างประเทศ แต่ผู้ส่งออกซึ่งต้องทำธุรกรรมขายเงินตราต่างประเทศไม่สามารถใช้สิทธิได้
กระทรวงอุตสาหกรรมจึงมีการปรับแก้ใหม่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถใช้คูปองเพื่อซื้อFX Optionซึ่งเป็นการซื้อสิทธิที่จะซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศ โดยสามารถใช้ได้เฉพาะFX Optionขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นการซื้อขายธรรมดาไม่ซับซ้อน สามารถใช้สิทธิเมื่อใดก็ได้ในเวลาที่กำหนด ซึ่งทำให้เกิดความชัดเจนว่าสามารถใช้คูปองสำหรับการซื้อสิทธิที่จะซื้อเงินตราต่างประเทศของผู้นำเข้า และขายเงินตราต่างประเทศสำหรับผู้ส่งออก
ทั้งนี้ มาตรการเพิ่มขีดความสามารถและส่งเสริมความรู้ให้กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งผ่าน ครม.เมื่อวันที่26ก.ย.2560ประกอบด้วยมาตรการส่งเสริมให้เอสเอ็มอีในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า(เอ็กซิมแบงก์) และสมาคมธนาคารไทยอบรมให้ความรู้แก่เอสเอ็มอีที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ความรู้ในการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน หลังพบว่าตอนนี้เอสเอ็มอีไม่ถึง 20% ที่ทำการประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้ ถือว่าน้อยมาก จึงจำเป็นต้องให้ความรู้
โดยมีคุณสมบัติผู้ประกบอการจะต้องมียอดขายไม่เกิน 400 ล้านบาทต่อปี โดยในระยะแรกให้เน้นกลุ่มที่ยอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปีก่อน ใช้งบประมาณดำเนินการตลอดโครงการ 500 ล้านบาท
ภายใต้มาตรการนี้เป็นการอบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและให้คูปองส่วนลดเพื่อซื้อออปชั่นเพื่อป้องกันความเสี่ยง 30,000 บาทต่อราย แยกเป็นระยะแรก 5,000 ราย ใช้งบประมาณส่วนแรกก่อน 150 ล้านบาท หลังจากนั้นเมื่อสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 มิ.ย. 2561 แล้วจะมีการประเมินผลโครงการหากมีการดำเนินการได้ดีจะใช้งบประมาณส่วนที่เหลือ 350 ล้านบาทดำเนินการต่อไป
ทั้งนี้ ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีประมาณ 3 ล้านราย เป็นผู้ประกอบการที่เป็นผู้ส่งออกและนำเข้า 20,000 ราย โดยในนี้มีการประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่ถึง 10%