บช.ทท.ภายในสนามกีฬาแห่งชาติ - เมื่อเวลา 18.15 น. วันที่ 3 ต.ค.2560 พล.ต.ต. สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รอง.ผบช.ทท. พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมจับกุมนายวัฒนา แก้ววิชิต ตามหมายจับศาลอาญาจังหวัดบัวใหญ่ ที่ 51/2560 ลงวันที่ 29 ก.ย.60 และหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย เลขที่404/2560 ลงวันที่ 3 ต.ค.60 ในข้อหา แจ้งข้อความหรือแสดงอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอบัตร ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อ หรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้าน หรือเอกสารทะเบียนราษฎร์อื่นโดยมิชอบ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน แจ้งให้พนักงานผู้กระทำการจดข้อความอันเป็นเท็จ โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 351/64 ซอย20มิถุนา แยก9 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ หลังพบว่าทำการสวมบัตรประชาชนคนไทย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาไม่ใช่คนไทย แต่เป็นคนสัญชาติจีน ชื่อ นายเฉิน เหลียง เดินทางมาจากมณฑลไหหลำ เข้าประเทศไทยเมื่อ ปี2527 แล้วทำการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านเลขที่ 26 หมู่12 ตำบลและอำเภอเลาขวัญ จ.กาญจนบุรี โดยใช้ชื่อ นายวัฒนา แก้ววิชิต เกิดเมื่อวันที่ 7 เม.ย.2512 ทำบัตรประชาชนครั้งแรกวันที่ 10 ส.ค.2538 แจ้งว่าพ่อชื่อ นายฉลอง แก้ววิชิต แม่ชื่อ นางประสิทธิ์ แก้ววิชิต น้องชายชื่อ นายปัญญา แก้ววิชิต และได้ทำการยื่นทำบัตรประชาชนอย่างต่อเนื่องที่ อ.โนนแดง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 23 เม.ย.2553 และเมื่อวันที่ 20 ม.ค.2558 ก็ได้ไปยื่นทำบัตรประชาชนที่ อ.เมือง จ.เชียงราย ด้วยต่อมาทำเรื่องขอเปิดบริษัททัวร์นำนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวในไทย โดยเอาชื่อเป็นกรรมการและหุ้นส่วนภายในบริษัทดังกล่าวด้วย สร้างความเสียหายให้กับคนไทย มีการร้องเรียนมายัง บช.ทท. จึงเริ่มดำเนินการสอบสวนทันที พบว่า นายฉลอง ที่ถูกอ้างว่าเป็นพ่อของทางผู้ต้องหา มีนายปัญญา เป็นลูกชายคนเดียว และตอนที่นายวัฒนา เกิด นายฉลอง ยังไม่ได้สมรสกับนางประสิทธิ์ ทั้งนี้ทาง สภ.ท้องที่ ซึ่งผู้ต้องหาไปทำการต่อบัตรประชาชนได้ทำการออกหมายจับทันทีสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ช่วงที่เดินทางเข้ามาเมืองไทย ทางญาติอาศัยอยู่ในสีลม กทม. ได้แนะนำให้ไปทำบัตรประชาชนปลอมที่ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี โดยผู้ใหญ่บ้านจะพาไปทำให้ โดยทางอำเภอจะมีชื่อให้เลือกว่าจะเป็นใคร ซึ่งส่วนตัวแล้วชอบ "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" จึงเลือกชื่อวัฒนา แล้วก็ทำงานเมืองไทยเรื่อยมา จนกระทั่งปี 59 มีเจ้าของบริษัทฯทัวร์ ซึ่งเป็นคนจีนแต่สวมบัตรประชาชนไทยเหมือนตน ได้เปิดบริษัทพาคนจีนมาเที่ยวในไทย และติดต่อให้ตนเป็นกรรมการบริษัทฯ ไปจดทะเบียนที่กระทรวงพาณิชย์ โดยเสนอเงินเดือนให้เดือนละ 28,000 บาท แต่ตนทำได้ปีเดียวก็ออก เพราะเงินไม่พอใช้ ดังนั้น จึงได้ไปทำสมุนไพรส่งประเทศเพื่อนบ้าน จนกระทั่งมาถูกจับกุมในที่สุดเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบว่า มีคนต่างชาติปลอมบัตรประชาชนไทย ประมาณ 1,000ราย ส่วนใหญ่เพื่อทำธุรกิจยาเสพติด และทำบริษัททัวร์ศูนย์เหรียญ ตอนนี้เจ้าหน้าที่จะขยายผลบริษัทฯที่นายวัฒนา ไปเป็นกรรมการ เพื่อขยายผลดำเนินคดีกับทัวร์ศูนย์เหรียญต่อไป