ก่อนหน้านั้นเขาแถลงจากห้องการทูตภายในทำเนียบขาวว่า เราทุกคนร่วมรู้สึกเศร้าใจ ตกใจและทุกข์ใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการกระทำของปิศาจโดยแท้ และเอกภาพของเราจะไม่แตกสลายด้วยน้ำมือของปิศาจ สายสัมพันธ์ของเราจะไม่ขาดสะบั้นด้วยความรุนแรง แม้เราจะโกรธแค้นต่อการฆาตกรรมที่ไร้เหตุผลต่อเพื่อนร่วมชาติ แต่ความรักที่บ่งบอกความเป็นตัวเราจะยังคงอยู่นิรันดร์
นอกจากนี้ทรัมป์สั่งลดธงชาติครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัยจนถึงพระอาทิตย์ตกดินในวันศุกร์ และเขาจะไปเยือนลาสเวกัสในวันพุธ
แต่ถ้อยแถลงของทรัมป์ไม่ได้พูดถึงปัญหาความรุนแรงจากอาวุธปืนในสหรัฐฯและการควบคุมอาวุธปืน ขณะที่ซาราห์ ฮักกาบี้ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว บอกว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาถกเถียงทางการเมือง ซึ่งคำพูดนี้เป็นประโยคที่กลุ่มสนับสนุนอาวุธปืนมักใช้เพื่อคลายกระแสโกรธแค้นต่อเหตุรุนแรงจากอาวุธปืน
แต่แกเบรียล กิฟฟอดร์ส อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถูกยิงที่ศีรษะจากเหตุลอบสังหารเมื่อปี 2554 เรียกร้องให้ยุติความรุนแรงจากอาวุธปืน และคริส เมอร์ฟี วุฒิสมาชิกจากรัฐคอนเนคติกัต ทวีตถึงเหตุการณ์ยิงสังหารหมู่ที่โรงเรียนประถมแซนดี้ ฮุกปี 2555 และระบุว่า ความสูญเสียจะไม่หยุดจนกว่าเราจะทำอะไรเพื่อยับยั้ง
นอกจากนี้ฮิลลารี คลินตัน ที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีที่แล้ว วิจารณ์สมาคมไรเฟิลแห่งชาติ ที่ผลักดันให้ผ่อนปรนข้อบังคับเรื่องการซื้ออุปกรณ์เก็บเสียงสำหรับปืน โดยทวีตว่า ความโศกเศร้าไม่เพียงพอ เราต้องพักเรื่องการเมืองไว้ ลุกขึ้นต้านทานสมาคมไรเฟิลแห่งชาติ และร่วมมือกันหยุดยั้งไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นอีก
ข้อมูจากเวบไซต์ www.massshootingtracker.org, ระบุว่า ปีนี้เกิดเหตุยิงสังหารหมู่กว่า 270 ครั้งในสหรัฐฯ และในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนกว่า 33,000 รายในสหรัฐฯ