โครงการประชารัฐสวัสดิการ เป็นการให้วงเงินใน "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" เพื่อใช้ชำระค่าสินค้าและบริการผ่านเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานหรือร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ พูดง่ายๆ คือซื้ออะไรก็ได้จากร้านที่เข้าร่วมโครงการนี้ เมื่อชำระค่าสินค้าแล้ว วงเงินในบัตรจะลดลงตามยอดที่ใช้จ่ายไป เมื่อถึงรอบวันที่ 1 ของทุกเดือน วงเงินก็จะถูกปรับเป็นค่าเริ่มต้น คือ 200 หรือ 300 บาทเสมอ
บัตรที่มีวงเงิน 200 บาทต่อเดือน หรือ 2,400 บาทต่อปี แจกให้ผู้มีรายได้มากกว่า 30,000 แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
ส่วนบัตรที่มีวงเงิน 300 บาทต่อเดือน หรือ 3,600 บาทต่อปี แจกให้ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี
นอกจากวงเงินสำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และวัตถุดิบเพื่อทำเกษตรกรรมแล้ว บัตรทั้ง 2 แบบยังใช้เป็นส่วนลดในการซื้อก๊าซหุงต้ม คนละ 45 บาทต่อ 3 เดือน และยังลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทั้งรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. , รถไฟ , รถไฟฟ้า และรถ บขส. 500 บาทต่อเดือนด้วย โดยรัฐบาลทุ่มงบประมาณสำหรับโครงการนี้ถึงปีละ 41,940 ล้านบาท
จนถึงวันนี้ รัฐบาลแจก "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ไปแล้วในทุกจังหวัด ยกเว้น 7 จังหวัดภาคกลาง ซึ่งก็คือกรุงเทพฯและปริมณฑล ที่ต้องใช้ "บัตรแมงมุม" คล้ายๆ "ตั๋วร่วม" สำหรับโดยสารรถเมล์ กับรถไฟฟ้า จึงมีปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อย ต้องเลื่อนแจกบัตรเป็นวันที่ 17 ตุลาคม