เลขาธิการสหประชาชาติ หรือยูเอ็น อันโตนิโอ กูเตอเรส บอกคณะมนตรีความมั่นคงของยูเอ็นว่า สถานการณ์บานปลายจนกลายเป็น "เหตุฉุกเฉินเรื่องผู้ลี้ภัยที่ลุกลามเร็วที่สุดในโลก เปรียบเสมือนฝันร้ายด้านมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน"
ล่าสุด มีประชาชนอย่างน้อย 15 คนจมน้ำเสียชีวิต และสูญหายอีกจำนวนมาก หลังเรือที่บรรทุกครอบครัวชาวโรฮิงยาอับปางนอกชายฝั่งบังกลาเทศเมื่อวานนี้ โดยผู้เห็นเหตุการณ์และผู้รอดชีวิต บอกว่า เรือที่อับปางอยู่ห่างจากฝั่งเพียงไม่กี่เมตร หลังเผชิญมรสุมและลมกระโชกแรก
ร่างผู้เสียชีวิต 15 คน ซึ่งรวมทั้งเด็กอย่างน้อย 10 คน และผู้หญิง 4 คน ถูกพัดขึ้นฝั่ง และเจ้าหน้าที่กังวลว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก
ระหว่างการหารือเมื่อวานนี้ ทูตสหรัฐประจำยูเอ็น นิกกี้ ฮาเลย์ บอกว่า เวลาสำหรับคำพูดดีๆ ของคณะมนตรีความมั่นคงได้ผ่านไปแล้ว โดยเธอเสริมว่าการดำเนินการต้องเป็นไปเพื่อตอบโต้กองกำลังความมั่นคงของเมียนมาร์ ที่เข้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกดขี่ ซึ่งจุดชนวนให้เกิดความเกลียดชังในหมู่พลเมืองของประเทศ และเธอยังเรียกร้องนานาประเทศที่ขายอาวุธให้เมียนมาร์ขณะนี้ ระงับการส่งมอบจนกว่ากองทัพเมียนมาร์จะแสดงความรับผิดชอบ
ขณะที่เมียนมาร์ ออกจดหมายเชิญเลขาธิการยูเอ็นให้เดินทางมาเยือนในอนาคตอันใกล้นี้ โดยยูเอ็นบอกว่ากำลังศึกษาข้อเสนอนี้อยู่ อย่างไรก็ตาม การเดินทางของคณะยูเอ็นที่มีกำหนดสำรวจรัฐยะไข่เมื่อวานถูกยกเลิก โดยรัฐบาลเมียนมาร์อ้างว่า สภาพอากาศไม่เป็นใจ
เลขาธิการยูเอ็น เสนอให้รัฐบาลเมียนมาร์ ดำเนิน 3 มาตรการ ประกอบด้วย ยุติปฏิบัติการทางทหาร เปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไป และรับรองความปลอดภัยให้กับผู้ลี้ภัยที่สมัครใจเดินทางกลับเข้าพื้นที่อาศัย
เลขาธิการยูเอ็น เตือนว่า "เราไม่ควรประหลาดใจ หากการเลือกปฏิบัตินานหลายทศวรรษ และการปฏิบัติสองมาตรฐานกับชาวโรฮิงยาจะนำไปสู่แนวความคิดหัวรุนแรง
บรรดาทูต บอกว่า พวกเขาต้องการให้เริ่มการเจรจาทางการเมือง โดยคณะมนตรีวางแผนที่จะฟังความคิดเห็นจาก โคฟี่ อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ ผู้ทำหน้าที่ประทานคณะกรรมการที่ปรึกษารัฐยะไข่ ที่จะมาให้คำแนะนำ
ด้านทูตสวีเดน ประจำสหประชาชาติ บอกว่า รายงานของ โคฟี่ อันนัน เสนอแนวทางแก้ปัญหา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาร์ แสดงความรับผิดชอบในการยุติความขัดแย้งอย่างถาวร