ขณะที่ความกังวลต่อกระแสชาตินิยมขวาจัดที่ถูกจุดประกายขึ้นหลังการเลือกตั้งเยอรมัน ซึ่งจะส่งผลที่มีเปอร์เซนต์สูงขึ้นต่อการลงประชามติแยกตัวของชาวคาทาโลเนียเป็นอิสระออกจากสเปนในวันที่ 1 ตุลาคม รวมถึงทิศทางการเลือกตั้งอิตาลีในช่วงต้นปี 2018 ในขณะที่ความกังวลต่อสภาพคล่องทางการเงินจะเริ่มเหือดแห้งเนื่องจากนโยบายลดภาระในงบดุลของเฟดที่กำลังจะเริ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายน กลายเป็นความเสี่ยงของการลงทุนเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยังจับตาการแถลงข่าวของชินโซ อาเบะ ที่ชิงยุบสภาล่วงหนัา 1 ปีในวันพฤหัสฯนี้ โดยคาดว่าการเลือกตั้งใหม่ของญี่ปุ่นจะมีขึ้นในวันที่ 22 ตุลาคม ที่มีเดิมพันความเสี่ยงในการเลือกตั้ง จากคะแนนนิยมที่พบว่ากระเตื้องขึ้นจากกรณีเกาหลีเหนือที่กลับมาสูงกว่า 50% ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา เทียบกับเดือนกรกฎาคมที่อยู่ต่ำกว่า 30%
1.ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาเผชิญกับแรงกดดันของปัญหาการเมืองร้อนทั่วโลกระลอกใหญ่ ทั้งนักลงทุนและนักวิเคราะห์ยังจับตาใกล้ชิดกับปัญหาผลกระทบจากการเจรจา Brexit การประชุมใหญ่ในทุก 5 ปีของสมัชชาพรรคคอมมูนิวต์จีนในเดือนตุลาคม และการชิงยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ล่วงหน้าถึง 1 ปีของญี่ปุ่น
โดยเฉพาะตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดหลังจากรัฐมนตรีต่างประเทศของเกาหลีเหนือที่ระบุว่า ผู้นำสหรัฐได้ประกาศสงครามกับเกาหลีเหนือ ถึงแม้ว่าโฆษกทำเนียบขาวออกมาแถลงยืนยันว่าสหรัฐไม่ได้ประกาศสงครามต่อเกาหลีเหนือแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ของญี่ปุ่นเปิดลดลง 48.32 จุด หรือ 0.24% ดัชนี HSI ฮ่องกงลดลง 191.73 จุดหรือ 0.7% ดัชนี SSE Composite ของหุ้นจีนลดลง 5.20 จุดหรือ 0.16% ดัชนี FTSE STI สิงคโปร์ลดลง 2.98 จุดหรือ 0.09% ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ลดลง 8.78 จุดหรือ 0.37% ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดในภาพรวมที่ 1,673 เพิ่มขึ้น 5.6 จุด
ขณะที่ความกังวลต่อกระแสชาตินิยมขวาจัดที่ถูกจุดประกายขึ้นหลังการเลือกตั้งเยอรมัน ซึ่งจะส่งผลที่มีเปอร์เซนต์สูงขึ้นต่อการลงประชามติแยกตัวของชาวคาทาโลเนียเป็นอิสระออกจากสเปนในวันที่ 1 ตุลาคม รวมทั้งการประกาศแยกตัวเป็นอิสระของชาวเคิร์ดจากประเทศอิรัก นอกจากนี้ ยังอาจจะเป็นผลกระทบลูกโซ่ต่อทิศทางการเลือกตั้งอิตาลีในช่วงต้นปี 2018
ในขณะเดียวกันความกังวลต่อสภาพคล่องทางการเงินจะเริ่มเหือดแห้งเนื่องจากนโยบายลดภาระในงบดุลของเฟดที่กำลังจะเริ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายน กลายเป็นความเสี่ยงของการลงทุนเพิ่มมากขึ้น และยังมีปัจจัยลบจากสภาครองเกรสสหรัฐที่ยังไม่สามารถจะมีข้อสรุปในเรื่องปฏิรูปภาษีและกฎหมายการประกัยสุขภาพ
2.ท่าทีของ รี ยองโฮ รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือ ประกาศกร้าวที่มหานครนิวยอร์กในระหว่างการประชุมสหประชาชาติว่า คำพูดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงที่ผ่านมาเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ ถือเป็นการประกาศสงครามกับเกาหลีเหนือก่อนอย่างชัดเจน ดังนั้นเกาหลีเหนือมีสิทธิทุกประการที่จะใช้มาตรการตอบโต้ ซึ่งรวมถึงการยิงเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐ ถึงแม้ว่าเครื่องบินเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในน่านฟ้าของเกาหลีเหนือ โดยหลังจากที่ผู้นำสหรัฐได้ประกาศสงคราม ทางเลือกทั้งหมดก็ได้ถูกวางไว้บนโต๊ะของผู้นำเกาหลีเหนือแล้ว
ขณะที่ทำเนียบขาวเปิดแถลงยืนยันว่า สหรัฐไม่ได้ประกาศสงครามต่อเกาหลีเหนือแต่อย่างใด แต่สหรัฐต้องการแสวงหาหนทางที่จะทำให้เกิดสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลี อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า แผนการณ์ดำเนินการกับเกาหลีเหนือของสหรัฐมี 4 -5 มาตรการ
โดยหนึ่งในนั้นก็คือการใช้ปฏิบัติการจากฐานทัพสหรัฐที่เกาะกวม รวมถึงความร่วมมือกับรัฐบาลเกาหลีใต้ ในการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B Lancer และเครื่องบินขับไล่ F-15C Eagle ของกองทัพอากาศสหรัฐ กับเครื่องบินเจ็ต F-15K ของเกาหลีใต้ ได้บินในน่านฟ้าระหว่างประเทศ ทางตะวันออกของเกาหลีเหนือเมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมาด้วย
3.จับตาชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เตรียมประกาศชิงยุบสภาล่วงหนัา 1 ปี โดยจะประกาศการยุบสภาฯอย่างเป็นทางการในระหว่างการแถลงข่าววันนี้ และคาเว่าจะมีผลในวันพฤหัสฯนี้ ส่วนการเลือกตั้งใหม่คาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 22 ตุลาคม ซึ่งผู้นำญี่ปุ่นมีเดิมพันความเสี่ยงในการเลือกตั้งครั้งใหม่ หลังจากที่พบว่าคะแนนนิยมจาดประชาชนกระเตื้องขึ้นจากกรณีเกาหลีเหนือที่กลับมาสูงกว่า 50% ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา เทียบกับเดือนกรกฎาคมที่อยู่ต่ำกว่า 30%
นอกจากนี้ ในการประชุมสภานโยบายเศรษฐกิจและการคลังในวันนี้ คาดว่าผู้นำญี่ปุ่นเตรียมแผนที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 2 ล้านล้านเยน หรือราว 1.78 หมื่นล้านดอลลาร์ และจะมีการปรับขึ้นภาษีในปี 2019 เพื่อนำเงินมาใช้ในการสนับสนุนด้านการศึกษาและด้านสังคม รวมถึงจะพิจารณาเรื่องการฟื้นฟูภาวะด้านการเงินของประเทศอีกด้วย
4.ทางด้านเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวแสดงความเห็นโดยเชื่อว่า สหรัฐไม่อาจโจมตีเกาหลีเหนือก่อนเพราะพวกเขามีระเบิดปรมาณู ซึ่งแตกต่างจากการบุกโจมตีอิรักในอดีต เนื่องจากสหรัฐรับรู้ว่าไม่มีอาวุธทำลายล้างสูงในอิรัก
หลังจากที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือได้ทวีความตึงเครียดมากขึ้น โดยที่รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียฟยังกล่าวเตือนว่า หากปัญหาความขัดแย้งไม่สามารถคลี่คลายได้ด้วยหนทางการทูต ผู้ที่จะได้รับความเดือดร้อนสาหัสที่สุดก็คือประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งในเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งอาจรวมถึงจีนและรัสเซียด้วย
5.หลังจากที่บทวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ช่วง 2 สัปดาห์ก่อน คาดการณ์ว่าโอกาสความเสี่ยงที่ตลาดหุ้นจะมีการปรับตัวลดลงรุนแรงนั้นมีถึง 67% ล่าสุดวาณิชธนกิจชื่อดังของสหรัฐดังกล่าว มองว่า การที่ตลาดหุ้นสหรัฐโดยเฉพาะดัชนี S&P 500 ซึ่งไม่ได้ปรับตัวลงตลอดช่วงเวลาเกือบ 300 วันที่ผ่านมา
ดังนั้น มีความน่าจะเป็นไปได้ว่า จนถึงกลางเดือนธันวาคมปีนี้ ดัชนี S&P 500 อาจจะมีการปรับตัวลดลงได้ 5% เนื่องจากผลกระทบของการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐที่ต้องการปรับลดงบดุล 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ จะทำให้สภาพคล่องทางการเงินำหรับการลงทุนเหือดแห้งลงไป
หลังจากที่มีสัญญานที่เป็นภาพสะท้อนในการปรับตัวของราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลนีขนาดใหญ่ของสหรัฐ ได้ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน และมีการคาดการว่าแนวโน้มอาจจะมีการปรับฐานเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้