ประธานาธิบดีทรัมป์ ลงนามในคำสั่งพิเศษฉบับใหม่เมื่อวันอาทิตย์ ห้ามหรือระงับการเดินทางเข้าสหรัฐฯจาก 8 ประเทศ แทนที่คำสั่งเดิมที่ห้ามนักเดินทางจากประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมและถูกจำกัดโดยคำสั่งศาล ทำให้บังคับใช้ได้เพียงบางส่วน ซึ่งทรัมป์ได้เขียนกำกับลงในคำสั่งที่ออกมาก่อนคำสั่งเดิมจะหมดอายุว่า เขาต้องปกป้องความมั่นคงและผลประโยชน์ของสหรัฐฯและชาวอเมริกัน
คำสั่งฉบับใหม่ ห้ามพลเมืองจากเกาหลีเหนือ ชาด อิหร่าน ลีเบีย โซมาเลีย ซีเรีย เวเนซูเอลา และเยเมน เดินทางเข้าสหรัฐ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป
คำประกาศบังคับใช้ ระบุว่า เกาหลีเหนือไม่ร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐในทุกด้าน และไม่ผ่านข้อกำหนดการแบ่งปันข้อมูล ดังนั้น การเดินทางเข้าสหรัฐ ของชาวเกาหลีเหนือ ทั้งที่เป็นผู้อพยพ และไม่ใช่ผู้อพยพ จึงถูกระงับ
ขณะเดียวกัน คำสั่งห้าม จะบังคับใช้เต็มรูปแบบกับบางประเทศ ส่วนประเทศอื่นๆ จะบังคับใช้แบบเฉพาะเจาะจง เช่น เวเนซูเอลา ซึ่งจะบังคับใช้กับเจ้าหน้ารัฐและประชาชนบางส่วน
ทรัมป์ ได้บอกกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับมาตรการนี้ว่า "ยิ่งเข้มงวดเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น" และยังทวี้ตด้วยว่า "เราจะไม่ยอมรับบุคคลที่เราไม่สามารถตรวจสอบได้เข้าประเทศ"
เจ้าหน้าฝ่ายบริหารอาวุโส คนหนึ่งบอกว่า กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิจะมีอำนาจเพิ่มหรือยกเลิกคำสั่งห้ามเดินทางของประเทศต่างๆ ตามเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงไป
ส่วนมาตรการ่ใหม่นี้ จะมีผลในวันที่ 18 ตุลาคม ซึ่งระหว่างนี้ ถือเป็นช่วงเวลาผ่อนผันที่ช่วยป้องกันความสับสนตามสนามบินต่าง ๆ ในสหรัฐ และในต่างประเทศ
รัฐมนตรีต่างประเทศ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน บอกในแถลงการณ์ว่า กระทรวงการต่างประเทศ จะประสานกับหน่วยงานกลางอื่นๆ เพื่อดำเนินมาตรการใหม่นี้อย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ คำสั่งฉบับเดิมที่บังคับใช้กับ 6 ชาติที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม สิ้นสุดลงเมื่อวันอาทิตย์ หรือ 90 วันหลังมีผลบังคับใช้ โดยใน 6 ประเทศ มี อิหร่าน ลีเบีย โซมาเลีย ซีเรีย และเยเมน ที่ยังคงอยู่ในบัญชีรายชื่อ ขณะที่ซูดาน ได้รับการถอดชื่อออก
เอเลน ดยุก รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ บอกว่า คำสั่งห้ามที่เพิ่งประกาศออกมา ส่งสัญญาณถึงรัฐบาลในต่างประเทศว่าพวกเขาต้องทำงานร่วมกับสหรัฐ ในการเสริมสร้างความมั่นคง
ขณะที่ทรัมป์ ระบุในคำสั่งว่า กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิประเมินว่าอิรักยังไม่ผ่านคุณสมบัติด้านระเบียบการจัดการอัตลักษณ์ และปัจจัยการลดความเสี่ยงอื่นๆ แต่คำสั่งห้ามเข้าประเทศไม่ปิดกั้นเสียทีเดียว โดยให้พิจารณาจากความสัมพันธ์และความพยายามร่วมกับสหรัฐในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย
คำสั่งห้ามเดินทางเข้าประเทศ อาจเพิ่มความตึงเครียดด้านภูมิศาสตร์การเมืองทั่วโลก ขณะที่ทรัมป์ มีการประคารมกับหลายรัฐบาล รวมทั้งอิหร่าน เกาหลีเหนือ และเวเนซูเอลา
ทั้งนี้ สหรัฐ แจ้งไปยังทุกประเทศ เมื่อเดือนกรกฎาคม เรื่องมาตรฐานที่แต่ละประเทศควรมี เพื่อหลีกเลี่ยงคำสั่งห้าม
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนหนึ่งบอกว่า เนื่องจากเวเนซูเอลา กับเกาหลีเหนือถูกรวมอยู่ในบัญชีรายชื่่อล่าสุดด้วย คำสั่งห้ามของทรัมป์ จึงไม่อาจถูกระบุได้อีกต่อไปว่า เกิดขึ้นเพื่อห้ามชาวมุสลิมเข้าสหรัฐเพียงอย่างเดียว แต่เรื่องนี้ก็ไม่ถือว่าเป้นเหตุผลที่รวมเอา 2 ประเทศนี้ไว้ในบัญชีรายชื่อ
ทั้งนี้ คำสั่งห้าม จะบังคับใช้เต็มรูปแบบกับบางประเทศ ส่วนประเทศอื่นๆ จะบังคับใช้แบบเฉพาะเจาะจง เช่น เวเนซูเอลา ที่คำสั่งห้ามจะบังคับใช้กับเจ้าหน้ารัฐและประชาชนบางส่วน