ซึ่งมีความต้องการเหมือนกันในการก่อตั้งวันแรดโลกขึ้นมา เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับแรด และผลักดันจนสามารถเกิดเป็นวันแรดโลกได้สำเร็จ และกลายเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก จึงส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ ที่หันมาร่วมกันอนุรักษ์แรด
จากข้อมูลการวิจัยของนักอนุรักษ์และนักวิทยาศาสตร์พบว่า ขอบเขตพื้นที่ๆ แรดมักอาศัยอยู่นั้นจะสอดคล้องกับสภาพความอุดมสมบูรณ์ของพืชและสัตว์ที่สำคัญอื่นๆ ทำให้การอนุรักษ์แรดนั้นเปรียบเสมือนการดูแลและปกป้องสายพันธุ์ชนิดอื่นข้างเคียงไปด้วยนั่นเอง
แรดในประเทศไทย
ประเทศไทย เคยเป็นเเหล่งที่อยู่อาศัยของแรดป่าสองชนิด ได้แก่แรดชวา และกระซู่ (หลักการจำแนกคือแรดมีนอเดียว แต่กระซู่จะมีสองนอ)
แต่ แรดชวา และกระซู่ สัตว์ป่าทั้งสองชนิดนี้ ได้ถูกระบุไว้เป็นสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติในประเทศไทยแล้ว
ซึ่งรายงานล่าสุดที่เกี่ยวข้องของแรดและกระซู่ในประเทศไทย ย้อนกันไปถึงปี 2540 ที่มีการค้นพบร่องรอยของกระซู่ บริเวณปลักบนภูเขาสูงในป่าฮาลา-บาลา แต่ไม่มีใครรู้ชะตากรรมของเจ้าของรอย และมีแนวโน้มว่าพวกมันอาจจะหลบหนีเข้าป่าลึกในประเทศมาเลเซียไปแล้ว
แม้ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) จะบรรจุให้แรดไว้ในบัญชีห้ามค้าโดยเด็ดขาดหมายเลข 1 มาตั้งแต่ปี 2520 เป็นต้นมา และประเทศไทยเองจัดแรดให้อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าสงวน แต่ท้ายที่สุดจำนวนประชากรแรดก็ยังคงถูกคุกคามจนกระทั่งสูญพันธุ์ไปในประเทศไทย
สำหรับประชากรแรดป่าทุกสายพันธุ์ ปัจจุบันตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤต โดยสายพันธุ์ที่เรียกได้ว่าอยู่ใกล้ขอบเขตของการสูญพันธุ์มากที่สุดคือ แรดชวา ที่ครั้งหนึ่งเคยมีอยู่ในป่าของประเทศไทย และเพื่อนบ้านเช่น ลาว เวียดนาม และกัมพูชา
แต่เป็นที่น่าเศร้าว่าแรดชวาตัวสุดท้ายในบริเวณนี้ถูกสังหารไปเมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา ที่ประเทศเวียดนาม