รวบกำนันแม่สาย หนีประกัน คดีฆ่าแรงงานไทยในญี่ปุ่น
12 ก.ย. 2560 | nation_ent

ตำรวจกองปราบ รวบกำนันแม่สาย ครั้งที่สอง หลังหนีประกันคดีฆ่าแรงงานไทยในญี่ปุ่นกบดานซุกปีกผู้มีอิทธิพลเชียงราย
ข่าว
12 ก.ย. 2560 | nation_ent

ตำรวจกองปราบ รวบกำนันแม่สาย ครั้งที่สอง หลังหนีประกันคดีฆ่าแรงงานไทยในญี่ปุ่นกบดานซุกปีกผู้มีอิทธิพลเชียงราย
กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) - เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 12 ก.ย.2560 พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 บก.ป พ.ต.ต.ฐิติวัสส์ แซมเขียว สว.กก.4 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.4 บก.ป. ทำการจับกุมตัวนายบุญทา หรือ บุญฤทธิ์ จันทาพูน อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 หมู่1 ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย และเป็นกำนันใน ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 387/2559 ลงวันที่ 22 มี.ค.59 ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และ ซ่อนเร้น ย้ายศพ เพื่อปิดบังการตาย และหลบหนีระหว่างการพิจารณาคดีของศาล โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งภายใน ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย พ.ต.อ.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2539 นายบุญทา ผู้ต้องหารายนี้ พร้อมด้วย นายศักดิ์สมุทร ยังมั่ง , นายมังกร สุทธดุก และนายชาตรี เครื่องสนุก ได้ร่วมกันก่อเหตุฆ่านายประยุทธ งานดี และนางราตรี ด้วนเครือ สองแรงงานชาวไทย ที่ทำงานอยู่ในประเทศญี่ปุ่น โดยการจับศีรษะกระแทกกับขอบท่อระบายน้ำ และใช้เชือกผูกรองเท้ามัดคอจนเสียชีวิต เหตุเกิดใน จ.อิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น ต่อมาภายหลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่น สามารถติดตามจับกุมตัว นายศักดิ์สมุทร , นายมังกร และนายชาตรี เอาไว้ได้ พร้อมทั้งให้การยอมรับสารภาพว่า ได้จ้างวานให้ นายบุญทา ผู้ต้องหารายนี้ เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ เนื่องจากไม่พอใจ และเชื่อว่าผู้ตายทั้งสองคนขโมยเงินจำนวน 1.5 ล้านเยนจากตู้เซฟ ซึ่งเป็นเงินที่ได้มาจากการลักทรัพย์ตู้ยอดเหรียญสาธารณะ ในขณะที่ทำงานอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ไป ส่วนนายบุญทา ผู้ต้องหารายนี้ภายหลังจากก่อเหตุได้หลบหนีออกนอกประเทศ กลับเข้ามากบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงราย อย่างไรก็ตาม ตามกระบวนการกฎหมายอาญามาตรา 8 ว่าด้วยการทำผิดนอกราชอาณาจักร และคนไทยเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งสามารถดำเนินคดีภายในราชอาณาจักรไทยได้ เจ้าหน้าที่ กก. 4 บก.ป. จึงได้ติดตามไปทำการจับกุมตัวนายบุญทา เมื่อวันที่ 15 ม.ค.59 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งถูกส่งตัวให้ศาลอาญาดำเนินการตามกฎหมาย จากนั้นนายบุญทา ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดประกันตัวจำนวน 7 แสนบาท เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราว แต่ระหว่างที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว นายบุญทา กลับไม่ยอมมารายงานตัวต่อศาลตามกำหนด ซึ่งมีพฤติการณ์เข้าข่ายการหลบหนีคดี ทางศาลฯ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย จึงได้แจ้งและประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ เพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้อีกครั้ง ซึ่งทางกองปราบเองก็ได้ให้ความสำคัญกับคดีดังกล่าว จึงได้นำกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแส กระทั่งทราบว่านายบุญทา ได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับผู้มีอิทธิพลและนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งในพื้นที่ จ.เชียงราย และเป็นพื้นที่เดิม ซึ่งเคยถูกจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากย่ามใจไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่จะไม่ย้อนรอยกลับมาที่เดิมอีกครั้ง กระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว จากการสอบสวน นายบุญทา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาลเพียงเท่านั้น ส่วนกรณีที่ถูกกล่าวหาว่า หลบหนีคดีหลังจากได้รับการประกันตัวนั้น นายบุญทา ยืนยันว่าไม่ได้หลบหนีไปไหน และยังคงพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักหลังเดิม ประกอบอาชีพทำนา ขายน้ำพริก และเป็นกำนันอยู่ใน ต.บ้านด้าย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ส่วนที่เจ้าหน้าที่ตามหาตัวไม่พบนั้น เพราะคงไม่คิดว่าตนจะกลับมาพักอาศัยอยู่ที่เดิม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนส่งตัวให้ศาลอาญารับตัวไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป