ลุ้นศาลตัดสิน "อดีตปลัดสุพจน์"ยื่นทรัพย์เท็จ
11 ก.ย. 2560 | nation_ent

ศาลฎีกานักการเมือง นัดพิพากษา ป.ป.ช.ร้อง "สุพจน์ ทรัพย์ล้อม" อดีตปลัดคมนาคม ถูกปล้นบ้านปี 54 จงใจยื่นทรัพย์สินเท็จ หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลร่ำรวยผิดปกติ
ข่าว
11 ก.ย. 2560 | nation_ent

ศาลฎีกานักการเมือง นัดพิพากษา ป.ป.ช.ร้อง "สุพจน์ ทรัพย์ล้อม" อดีตปลัดคมนาคม ถูกปล้นบ้านปี 54 จงใจยื่นทรัพย์สินเท็จ หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลร่ำรวยผิดปกติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายสุพจน์นั้น ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดข้อกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติเมื่อปี 2555 และข้อกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ ซึ่งกรณีสืบเนื่องจากหลังจากเกิดที่เหตุคนร้ายบุกปล้นบ้านนายสุพจน์ ในซอยลาดพร้าว 64 เมื่อค่ำวันที่ 12 พ.ย.54 ซึ่งผู้ที่ร่วมทำผิดคดีอาญานั้นได้ให้การเกี่ยวกับทรัพย์สินว่าพบเงินสดในบ้านนายสุพจน์นับร้อยล้าน ซึ่งนายสุพจน์ไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินบางส่วนได้ ป.ป.ช.จึงชี้มูลความผิดนายสุพจน์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติและให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องคดีตามกฎหมาย โดยเมื่อวันที่ 30 ม.ค.57 ศาลแพ่ง มีคำพิพากษาให้ทรัพย์สินของนายสุพจน์และที่มีชื่อของภรรยา , บุตรสาวและบุตรเขยของนายสุพจน์ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ พร้อมดอกผลที่เกิดขึ้น รวม 19 รายการ ประกอบด้วย เงินสด 17,553,000 บาท ซึ่งเป็นของกลางในคดีอาญาปล้นบ้านนายสุพจน์ หมายเลขดำ 2458/2544 ของ สน.วังทองหลาง , เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ต่างๆ 9 บัญชี , ทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 10 บาท มูลค่า 260,000 บาท ซึ่งเป็นของกลางในคดีอาญาปล้นบ้านนายสุพจน์ หมายเลขดำ 2458/2544 ของสน.วังทองหลาง ,โฉนดที่ดินในกทม. พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และใน จ.นครนายก รวม 6 แปลง , ห้องชุดคอนโดมิเนียม ใน กทม. มูลค่า 1.5 ล้านบาท และรถยนต์เบนซ์ รุ่น E 230 และรุ่น C 220 มูลค่า 5.2 ล้านบาท จำนวน 46,141,038.83 บาทตกเป็นของแผ่นดินตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542
โดยให้นายสุพจน์ ส่งมอบทรัพย์สิน ต่อกระทรวงการคลัง แต่เมื่อนายสุพจน์และครอบครัวอุทธรณ์คดี ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาเมื่อวันที่ 11 พ.ย.58 แก้เป็นว่าให้ริบทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน รวม 64,998,587.52 บาท โดยรวมทรัพย์สินบัญชีเงินฝาก 3 บัญชีที่ปิดแล้วจำนวน 15,857,548.69 บาท กับรถยนต์ VOLK SWAGEN มูลค่า 3 ล้านบาท
ส่วนคดีอาญาปล้นบ้านนายสุพจน์หมายเลขดำ อ.347/2555 นั้น ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มี.ค.56 ให้จำคุก 12 ปีและปรับ 60 บาทนายสิงห์ทอง หรือเสธ.ไก่ ใจชมชื่น จำเลยที่ 1 ฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยมีอาวุธและยานพาหนะ ขณะที่นายเสาร์แก้ว นามวงค์ และนายสมบูรณ์หรือบูรณ์ ริยะเทน จำเลยที่ 23 จำคุก 9 ปีและปรับ 45 บาท
นายบุญสืบ หรือสืบ โจมกัน จำเลยที่ 4 และนายวณัญกฤต หรือจ่อย บุตรกันหา ที่ 6 จำคุกคนละ 2 ปี 6 เดือน ฐานร่วมกันรับของโจร ส่วนนายวุฒิชัย หรือวุฒิ พันธวารี จำเลยที่ 5 และน.ส.วาสนา สาเพิ่มทรัพย์ ที่ 9 จำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน , นายชยธัช หรือเอก จันนะชัย จำเลยที่ 8 จำคุก 8 ปีฐานสนับสนุนการปล้นทรัพย์ ส่วนนายประพันธ์ เรียงเครือ จำเลยที่ 7 พิพากษายกฟ้อง โดยคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้วเป็นคดีหมายเลขแดง อ.1119/2556.