เลขาธิการมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ ฮานีฟ หยงสตาร์ ในฐานะทนายความโจทย์ร่วมคดีเกาะแรด จังหวัดพังงา บอกว่า ความสำคัญของคดีนี้ อยู่ที่การรวบรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุด และมีน้ำหนักที่สุด ซึ่งทางเครือข่ายจะเข้าร่วมเป็นโจทย์ และให้คำปรึกษาแก่ผู้เสียหาย โดยการให้ทีมสหวิชาชีพเข้ามาร่วมสอบถามผู้เสียหาย จะส่งผลให้คำให้การของผู้เสียหายน้ำหนักมากขึ้น นอกจากนี้การคุ้มครองผู้ถูกกระทำโดยเฉพาะเด็กนั้นจะต้องทำด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จากคดีที่เกิดความล่าช้าในการคุ้มครองเด็ก เนื่องจากติดเรื่องเทคนิคทางกฎหมาย อีกทั้งการทำงานของทุกฝ่ายควรมีเครือข่ายที่กว้างขวางกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อนำเด็กออกจากพื้นที่ได้เร็วที่สุด
ด้านนางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก บอกว่า อีกหลายกรณีที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศที่ผลิตซ้ำในสังคมไทย เพราะสถานการณ์หลังจากนั้นเหยื่อจะถูกทำให้เป็นเสมือนผู้ก่ออาชญากรรม หรือถูกข่มขืนซ้ำในพื้นที่สาธารณะ ขณะที่การตอบรับของกระบวนการยุติธรรมในจุดต้นน้ำ คือตำรวจ พบว่าหลายกรณียังขาดความเป็นมืออาชีพ
ขณะที่เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน เตชาติ์ มีชัย บอกว่า ทราบว่าผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะเครียดมาก มีความรู้สึกด้อยค่า ที่ทำให้พ่อแม่ยายและคนในครอบครัวเดือดร้อน ที่สำคัญเด็กมีความรู้สึกแย่ที่สังคม ชุมชน มองว่าเด็กโกหก ดังนั้น เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ต้องทำความจริงของคดีนี้ให้ปรากฏโดยเร็ว และนำคนผิดมารับโทษทั้งหมดให้ได้ อีกทั้งต้องคุ้มครองผู้เสียหายให้เป็นไปตามหลักการสิทธิมนุษยชน ในขณะที่ไม่ควรให้เด็กกลับเข้าไปอยู่ในชุมชนหรือต้องไปชี้จุดเกิดเหตุ อาจใช้วิธีอื่นใด เช่น การชี้ภาพ สถานที่ ร่วมกับทีมสหวิชาชีพแทน