เนชั่นทีวี

ข่าว

ผลวิจัย"คราม" มีสารต้านอนุมูลอิสระ !

07 ก.ย. 2560 | jirasin_yin

ผลวิจัย"คราม" มีสารต้านอนุมูลอิสระ !

ครั้งแรก!! คณะวิทย์ มธ.วิจัยพบสารต้านอนุมูลอิสระ ใน "คราม" จ.สกลนคร แค่นำไปสกัดผ่าน 3 กระบวนการ เพิ่มช่องทางสร้างรายได้เกษตรกร ลดการนำเข้า ผนึกเอกชนต่อยอดวิจัย

ผศ.ดร.นิรมล ศากยวงศ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ.กล่าวว่าผ้าย้อมครามถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างยาวนาน ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากคนโบราณนำกิ่งครามมาแช่น้ำด่างเพื่อหมักเอานำครามมาย้อมผ้าและมัดเป็นลวดลายต่างๆ ด้วยเล็งเห็นคุณสมบัติของการสวมใส่ที่เย็นสบาย ระบายความร้อนได้ดี และสามารถปกป้องผิวกายได้จากแสงยูวี ฯลฯ

ผลวิจัย"คราม" มีสารต้านอนุมูลอิสระ !

ทั้งนี้ พื้นที่ปลูกครามในประเทศไทย จะพบมากในจังหวัดสกลนคร ดังนั้น จึงนำไปสู่งานวิจัยฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสารสกัดจากคราม(Indigofera Tinctoria)เพื่อศึกษาวิจัยสารเคมีธรรมชาติที่แฝงอยู่ในแต่ละส่วนของคราม จ.สกลนคร ผ่านการทดลองสกัดสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ ในแง่ของการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เวชสำอางจากสารสกัดธรรมชาติ ที่ได้มาตรฐาน และไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างในผิว ที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มแก่เกษตรผู้ปลูกครามและผู้ประกอบการ รวมถึงลดการนำเข้าสารเคมีบางชนิดจากต่างประเทศ

ผลวิจัย"คราม" มีสารต้านอนุมูลอิสระ !

ภาพประกอบการคัดแยก

ผศ.ดร.นิรมลกล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนในการสกัดหาสารต้านอนุมูลอิสระสามารถทำการทดสอบได้ใน 3 ขั้นตอน คือขั้นคัดแยกการคัดแยกส่วนต่างๆ ของพืชไปตากแห้ง และนำมาบดด้วยเครื่องปั่นจนละเอียด เพื่อให้สามารถสกัดสารต้านอนุมูลอิสระได้ง่ายยิ่งขึ้น

ผลวิจัย"คราม" มีสารต้านอนุมูลอิสระ !

ขั้นสกัดสาร

ขั้นสกัดสารการสกัดแบบต่อเนื่องโดยใช้ความร้อนสูง ผ่านตัวทำละลายที่มีจุดเดือดต่ำที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ผงครามตัวอย่าง

ผลวิจัย"คราม" มีสารต้านอนุมูลอิสระ !

ขั้นตรวจสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

ขั้นตรวจสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระการตรวจสอบสารเคมีตามธรรมชาติที่พบในพืช และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ผ่านการทดสอบความเข้มข้นของสี ซึ่งหากสารดังกล่าว มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในปริมาณมาก จะมีสีน้ำเงินอมดำเข้ม แต่ในกรณีที่มีฤทธิ์เบาบาง ความเข้มของสีก็จะเจือจางลงไป โดยอาจจะปรากฎเป็นสีน้ำเงิน หรือสีฟ้า ฯลฯ ควบคู่ไปกับการหาความเข้มข้นของสารสกัดที่สามารถยับยั้งอนุมูลอิสระได้ที่50% ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงของสีจากสีม่วงเป็นสีเหลือง

ผลวิจัย"คราม" มีสารต้านอนุมูลอิสระ !

ผศ.ดร.นิรมล กล่าวต่อไปว่า จากผลการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในครามทั้ง 3 ส่วนนั้น พบว่า ส่วนที่พบสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดคือเมล็ดโดยพบเป็นสัดส่วนถึง 3-5%ต่อสารสกัดจำนวน 50 กรัมโดยส่วนใหญ่จะพบสารต้านอนุมูลอิสระจำพวกรูติน (Rutin)ที่ช่วยยับยั้งอาการภูมิแพ้ และเพิ่มความแข็งแรงของเส้นเลือดฝอยอิพิคาเทซิน(Epicatachin)ที่ช่วยขับสารพิษในร่างกาย และลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง และกรดแกลลิค(Gallic Acid)ที่ช่วยยับยั้งแบคทีเรียในช่องปาก และลดความดันเลือดขณะที่ประเทศญี่ปุ่น จะพบสารต้านอนุมูลอิสระในใบแก่มากที่สุด (ที่มา :งานวิจัยโดยนายคยอง ซูคิม (Kyung-suKim)และคณะ ฉบับที่46, ปี2555)

ผลวิจัย"คราม" มีสารต้านอนุมูลอิสระ !

เมล็ดครามอ้างอิงจาก manncraftthailand.blogspot.com

ซึ่งต่อมาญี่ปุ่นได้นำสารสกัดมาต่อยอดสู่ผลิตเวชสำอางในสหรัฐอเมริกาหลากชนิด อาทิ ครีมทามือ ครีมลดเลือนริ้วรอย ครีมบำรุงผิวกาย ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรผู้ปลูกต้นครามอีกทางหนึ่ง ซึ่งในปัจจุบัน อุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย มีการนำเข้าสารเคมีและสารสกัดจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากต่างประเทศ

ผลวิจัย"คราม" มีสารต้านอนุมูลอิสระ !

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปี2548พบว่าวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยมากที่สุดคือ "เคมีภัณฑ์ขั้นมูลฐาน" คิดเป็นมูลค่า6,968ล้านบาทโดยสัดส่วนการใช้วัตถุดิบของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย แบ่งเป็นวัตถุดิบในประเทศ คิดเป็นร้อยละ62.15กับวัตถุดิบที่นำเข้าจากต่างประเทศ คิดเป็นร้อยละ37.85เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ในปริมาณ 5% ต่อ 1 ผลิตภัณฑ์ขณะที่ข้อมูลจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์โดยความร่วมมือจากกรมศุลกากรล่าสุด พบว่าในปี 2559 ประเทศไทยมีการนำเข้าเครื่องสำอางจากต่างประเทศมีมูลค่ารวม35,566.71ล้านบาท ซึ่งขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง27.78%

ผลวิจัย"คราม" มีสารต้านอนุมูลอิสระ !

นางสาวญาดา พูลเกษม เจ้าของผลงานการศึกษาวิจัย

สำหรับงานวิจัยฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสารสกัดจากครามเป็นผลงานการศึกษาวิจัยของ นางสาวญาดา พูลเกษม บัณฑิตสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. โดยมี ผศ.ดร.สมจิต ดำริห์อนันต์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาร่วม โดยที่ล่าสุด อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาต่อยอดร่วมกับภาคเอกชน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีคุณภาพในอนาคตคณะวิทยาศาสตร์ฯ มธ. โดยสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ มีความมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาบุคลากรและงานวิจัยให้มีความก้าวหน้าเป็นลำดับ ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ร่วมกัน เพื่อหนุนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในการลดต้นทุนการนำเข้าสารสกัดที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากต่างประเทศ ควบคู่ไปการช่วยภาคการเกษตรลดปริมาณวัสดุเหลือทิ้งได้เป็นจำนวนมาก เพียงผ่านกระบวนการนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร อย่าง ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่ให้วิตามินซีสูง ฯลฯ มาทดลองสกัด เพื่อค้นหาสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น

ผู้สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ โทรศัพท์02-564-4440ต่อ2452หรือฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ.ศูนย์รังสิต โทรศัพท์ 02-564- 4440-59 ต่อ 2010 เว็บไซต์www.sci.tu.ac.th

ข่าวล่าสุด