ไฟป่า "ลา ทูน่า" (La Tuna Fire) ซึ่งเรียกตามชื่อพื้นที่หุบเขาที่เริ่มเกิดไฟลุกลามเมื่อวันศุกร์ และจนถึงขนาดนี้ได้เผาทำลายพื้นที่แล้วกว่า 12,500 ไร่ ทำให้ทางการต้องอพยพประชาชนมากกว่า 700 หลังคาเรือน ในเขตพื้นที่ทางเหนือของนครลอส แองเจลิส และเมืองเล็กใกล้เคียงคือ เมืองเบอร์แบงค์และเมืองเกลนเดล ทางการเกรงว่า ทิศทางลมที่ไม่แน่นอนอาจทำให้ต้องเร่งอพยพเพิ่ม
นายอีริค การ์เซตตี นายกเทศมนตรีนครลอสแอนเจลิส บอกว่า ไฟป่าลา ทูนา รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ลอส แองเจลิส และประกาศภาวะฉุกเฉินและสั่งให้ใช้ทรัพยากรทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อปกป้องประชาชนและทรัพย์สิน ก่อนที่นายเจอร์รี่บราวน์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย จะประกาศภาวะฉุกเฉินในระดับรัฐ โดยมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมากกว่า 500 นาย ยังคงต่อสู้กับไฟป่า ท่ามกลางอุณหภูมิสูงถึง 38 องศาเซลเซียส
ไฟป่ายังอาจก่อให้เกิดเกิดมลภาวะทางอากาศ ที่มีผลต่อการหายใจในลอส แองเจลิสเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ และพื้นที่ใกล้เคียง คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นไฟป่ากำลังเผาผลาญทางหลวงฟรีเวย์ 210 และรถยนต์ต้องวิ่งผ่านเปลวไฟและควันไฟที่อยู่ห่างเพียงไม่กี่ฟุต ซึ่งปัจจุบัน เส้นทางนี้ถูกปิดแล้ว
ทางการเตือนให้ประชาชนตัดพุ่มไม้รอบบ้าน เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดับไฟป่าและบอกด้วยว่า ศูนย์อพยพทุกแห่งยินดีรับสัตว์เลี้ยงของพวกเขา และขอร้องไม่ให้ทอดทิ้งพวกมัน ซึ่งนอกจากจะต้องปกป้องบ้านเรือนของประชาชนจากไฟป่าแล้ว ยังต้องระวังไม่ให้ถูกพวกมิจฉาชีพฉวยโอกาสขโมยทรัพย์สินของพวกเขาด้วย
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลกลาง ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในรัฐมอนตานาและรัฐวอชิงตัน และอพยพประชาชนหลายพันครอบครัวออกนอกพื้นที่เสี่ยงภัย เปิดทางให้รัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตัน สามารถจัดสรรความช่วยเหลือแก่ทางการรัฐเหล่านี้ได้