ญาติร้องสื่อหลังรพ.ดังปล่อยคนไข้ป่วยหนักรอจนเสียชีวิตคารพ.!!
03 ก.ย. 2560 | jirasin_yin

สามีร้องโร่ร้องสื่อหลังภรรยาเสียชีวิตจากการไม่ได้รับการรักษา ระบุชัดรพ.ปล่อยปละละเลยคนไข้ก่อนภรรยาช๊อคจนเสียชีวิต
ข่าว
03 ก.ย. 2560 | jirasin_yin

สามีร้องโร่ร้องสื่อหลังภรรยาเสียชีวิตจากการไม่ได้รับการรักษา ระบุชัดรพ.ปล่อยปละละเลยคนไข้ก่อนภรรยาช๊อคจนเสียชีวิต
นายดำรงศักดิ์ เปิดเผยว่า ตนเองและภรรยามีอาชีพรับจ้างกรีดยางกับภรรยา มีลูก 2 คน อายุ 13 ปี และ 3 ปี ซึ่งตนและภรรยามีร่างกายแข็งแรงดี ไม่เคยเป็นโรคประจำตัวอะไร ตรวจเบาหวาน ความดันก็ไม่พบว่าเป็โรคแต่อย่างใด กระทั่งเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา ภรรยาบ่นว่า เวียนศีรษะและแน่นหน้าอกมาก จึงพาไปที่ รพ.คลองหาด อ.คลองหาด หลังตรวจเช็คหมอก็ให้ออกซิเจนและตรวจอีกหลายอย่าง ก่อนจะบอกกับญาติว่า เบาหวานขึ้นสูง 200 กว่า จากเดิมที่ไม่เคยตรวจพบว่า เป็นเบาหวานเลย หมอจึงให้นอนพักฟื้นกินยาจนเบาหวานลดลงเหลือ 100 กว่าๆ แต่หมอยังให้ออกซิเจนและน้ำเกลือ ยาฆ่าเชื้อและให้กินยาตามเวลา
นายดำรงศักดิ์ กว่าต่อว่า หลังจากนอน รพ.คลองหาดได้ 4 วัน หมอไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้และอาการไม่ดีขึ้น พร้อมทั้งคนตายเกิดอาการวูบ ขณะเข้าห้องน้ำ แต่ไม่ถึงกับล้ม แพทย์จึงทำเรื่องส่งตัวไปรักษาต่อในโรงพยาบาลที่ใหญ่กว่าในจังหวัดสระแก้ว ในช่วงสายของวันที่ 1 กันยายน และถึงโรงพยาบาลประมาณ 12.00 น. ภรรยาจึงถูกเข็นไปไว้ในห้องฉุกเฉิน พร้อมสายน้ำเกลือและเครื่องช่วยหายใจ ตอนนั้นมีคนไข้ประมาณ 5-6 คน และพยาบาลอีกหลายคนในห้อง แต่ไม่มีใครมาดูแลภรรยาหรือดำเนินการรักษาใด ๆ เลย ทั้งที่เป็นคนป่วยหนัก
"ผมต้องนั่งเฝ้าภรรยาพร้อมกับลูกอายุ 3 ขวบ ตั้งแต่ตอนเที่ยงไปจนถึง17.00น. จนพยาบาลอีกแผนกหนึ่ง มาเห็นว่า สายน้ำเกลือของภรรยาหมดแล้ว และเลือดกำลังไหลย้อนกลับ พยาบาลคนดังกล่าวจึงเข้าไปต่อว่าเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน และทักว่า ทำไมปล่อยให้คนไข้เป็นแบบนี้ ก่อนจะช่วยกันนำตัวภรรยาไปตรวจในห้องลักษณะเหมือนอุโมงค์ กว่าจะเสร็จก็ทุ่มกว่า เกือบ 20.00น.และถูกนำไปไว้ห้องรวมผู้ป่วยใน แผนกอายุรกรรมหญิง มีผมและลูกไปนอนเฝ้า ซึ่งตั้งแต่ไปถึง รพ.ก็ยังไม่มีหมอมาตรวจแต่อย่างใด มีแค่พยาบาลดู ให้ยาฆ่าเชื้อ และฉีดยาเข้าไป 1 เข็ม ไม่รู้ว่ายาอะไร ให้กินยาเบาหวานแล้วก็ให้นอนพัก" นายดำรงศักดิ์กล่าว
กระทั่งช่วงเช้ามืดอีกวันประมาณ 06.00 น.นางจิราภรณ์ ลุกขึ้นมา จึงเช็ดตัวให้ หลังจากนั้นก็ไอ 2 ครั้ง ก่อนเกิดอาการช็อค พยาบาลต้องเข้ามาช่วยกันปั๊มหัวใจไปจนถึงเวลา 08.00 น.จึงรู้ว่า ภรรยาเสียชีวิตแล้ว โดยเห็นแพทย์มาดูตอนที่ภรรยาช็อคก่อนเสียชีวิตเท่านั้น ซึ่งแพทย์สรุปว่า เสียชีวิตเพราะเส้นเลือดดำแข็งตัว ไม่สามารถไปเลี้ยงหัวใจได้พอ เป็นสาเหตุให้เสียชีวิต
นายกฤษณะ สุขน้อย อายุ 33 ปี พี่เขย ระบุว่า ทางญาติและสามีของคนตายติดใจการตายครั้งนี้มาก เพราะถ้าหมอหรือพยาบาลใส่ใจ เข้ามาตรวจและดูอาการตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ปล่อยทิ้งคนไข้ไว้ครึ่งค่อนวัน เขาคงไม่ตายแบบนี้ ขนาดลูกชายอายุ 3 ขวบ ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่า แม่ของเขาเสียชีวิต ใครถามเขาก็บอกแต่ว่า แม่นอนหลับ อีกทั้งหลังเกิดเหตุ ทางโรงพยาบาลไม่ได้ติดต่อหรือรู้สึกกับสิ่งที่ได้ปล่อยปละละเลยแต่อย่างใด พูดแค่คำเดียวว่า เสียใจด้วย
นายกฤษณะ บอกอีกว่า พยาบาลและหมอทำไปได้อย่างไร ตั้งแต่เที่ยงไม่ทำอะไรเลย ถ้ามีหมอมาดูและดำเนินการรักษาตั้งแต่รถของ รพ.คลองหาดเอาไปส่ง เชื่อว่าเขาคงไม่ตาย บอกได้ 1000 เปอร์เซ็นต์เลยว่าโรงพยาบาลไม่ใส่ใจคนไข้ จึงเป็นสาเหตุให้น้องเขาเสียชีวิต รู้ทั้งรู้ว่าผู้ตายส่งต่อมาต้องมีอาการหนัก แต่ไม่ทำอะไรเลย ที่ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม เพราะต้องการให้ รพ.นี้มีการแก้ไขปรับปรุงกันซักที เหตุการณ์ลักษณะนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นกับคนอื่นหรือลูกหลานต่อไปอีก โดยจะหาข้อมูลเพื่อดำเนินการเรียกร้องความเป็นธรรมกับการเสียชีวิตครั้งนี้ด้วย
"อยากให้ภรรยาผมเป็นรายสุดท้าย ควรจะมีการสังคายานาใหม่ได้แล้ว แก้ไขกันเสียที ไม่อยากให้ลูกหลาน เพื่อนบ้าน ต้องเจอแบบนี้อีก " นายดำรงศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย