ล่าสุด ทางอำเภอสบเมย โดยนายวิภาสกร กิติคำ ปลัดอำเภอรักษาราชการแทนนายอำเภอสบเมย ได้ประสานงานไปยังสาธารณสุขอำเภอสบเมย นำเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเดินทางเข้าพื้นที่เพื่อควบคุมโรคและประเมินสถานการณ์ พร้อมทั้งประสานกับองค์กรเอกชน IM นำแพทย์และพยาบาลเข้าพื้นที่พักพิงเพื่อฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคบริเวณโรงพยาบาลสนามในศูนย์อพยพ หอพัก บ้านเรือน และสถานที่เสี่ยงอื่นๆ พร้อมทั้งห้ามบุคคลภายนอกที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงกลุ่มองค์กรเอ็นจีโอที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับงานด้านสาธารณสุขเข้าไปในศูนย์อพยพอย่างเด็ดขาด เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันนี้ถึง 5 กันยายน 2560
แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่องค์กรเอกชนที่ทำงานในศูนย์อพยพในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนยอมรับว่า ในศูนย์อพยพแต่ละศูนย์ ได้แก่ ศูนย์อพยพบ้านใหม่ในสอย ต.ปางหมู อ.เมือง , ศูนย์อพยพบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม และศูนย์อพยพบ้านแม่ลามาหลวง อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมีประชากรรวมกันไม่ต่ำกว่า 20,000 คน ยังคงมีการเคลื่อนไหวของผู้อพยพเดินทางเข้า-ออกระหว่างศูนย์อพยพกับพื้นที่ในรัฐคะยา และรัฐกอทูเล (กะเหรี่ยง) อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่สถานการณ์การสู้รบในสหภาพเมียนมาได้ยุติลงตั้งแต่ 10 ปีที่ผ่านมา แต่ยังคงมีผู้อพยพเดินทางเข้ามายังศูนย์อพยพในไทยไม่ขาดสาย และกลุ่มบุคคลเหล่านั้นส่วนใหญ่จะเป็นพาหะนำเชื้อโรคต่างๆ จากคนสู่คนเข้ามาแพร่ระบาดในศูนย์อพยพ ขณะที่ทางรัฐบาลไทยยังคงใช้นโยบายเพิกเฉยต่อการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของชนเผ่าในเมียนมาเข้ามาในศูนย์อพยพ ส่งผลให้เกิดผลกระทบอย่างกว้างขวาง ทั้งในแง่ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และด้านสาธารณสุข