เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2560 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบในหลักการร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน โดยมีสาระสำคัญเรื่องการเพิ่มเติมสิทธิของลูกจ้าง โดยกำหนดให้นายจ้างเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ในกรณีที่นายจ้างผิดนัดการจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
ส่วนกรณีการเปลี่ยนแปลงตัวนายจ้าง ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างและนายจ้างใหม่ ก่อนรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ กำหนดให้ลูกจ้างชายหรือหญิงได้รับค่าจ้างเท่าเทียมกันในงานที่มีคุณค่าเท่ากัน
รวมถึงกำหนดให้ลูกจ้าง มีสิทธิลากิจธุระในเหตุที่จำเป็นโดยได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน และให้ลูกจ้างลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดบุตรได้ 90 วัน โดยได้รับค่าจ้างไม่เกิน 45 วัน
"พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ยังได้พิจารณาเพิ่มอัตราค่าชดเชย กรณีลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไป เมื่อถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ให้ลูกจ้างได้รับค่าชดเชย เท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้าย 400 วัน เดิมกฏหมายเก่ากำหนดไว้ว่า ต้องทำงานครบ 10 ปี ถึงจะได้ค่าชดเชย 300 วันเท่านั้น"นายสรรเสริญ กล่าว
พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 นั้นมีการบังคับใช้มาเป็นเวลานาน บทบัญญัติบางอย่างไม่สอดคล้องหรือเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและไม่เอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินการเพื่อให้คุ้มครองลูกจ้าง จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงเเก้ไขเพื่อยกระดับการคุ้มครองลูกจ้างให้สูงขึ้น
อนึ่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 บังคับใช้ มา 19 ปี แต่ยังพบว่ามีช่องโหว่ทำให้ลูกจ้างไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะการถูกเลิกจ้าง จนนำไปสู่ปัญหาการร้องเรียน และกลายเป็นกรณีพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของลููกจ้าง