นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า สาเหตุที่ชื่อรถเมล์สายใหม่ต้องมีอักษรภาษาอังกฤษนำหน้า เนื่องจากมีการยุบรวมเขตการเดินรถขสมก.จาก 8 เขต เหลือ 4 โซน 4 สี เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการและจดจำของผู้ใช้บริการ
แบ่งโซนวิ่งรถเมล์เป็นสี ตัวย่อภาษาอังกฤษ
โดยรถเมล์วิ่ง ทั้ง 4 สี จะมีตัวภาษาอังกฤษ แบ่งเป็นโซน เช่น
ย่านรังสิต บางเขน มีนบุรี จะใช้ภาษาอังกฤษ ตัว G มาจากคำว่า Green สีเขียวย่านปากน้ำ คลองเตย สาธุประดิษฐ์ ใช้ตัว R มาจาก Red สีแดงย่านพระประแดง บางแค ศาสายา เป็นตัว Y มาจาก Yellow สีเหลืองและย่านนนทบุรี ปากเกร็ด หมอชิต2 ดินแดง สวนสยาม เป็นตัว B มาจาก Blue สีน้ำเงิน
จุดสังเกตรถเมล์ขึ้นทางด่วน สนามบิน
แต่หากมีอักษรตัว E ตามหลัง ย่อมาจาก Expressway ก็จะหมายถึงรถเมล์ที่ขึ้นทางด่วน เช่น
สาย G2E รังสิต-หัวลำโพง (ทางด่วน) หรือสาย 34 เดิมและอักษร A มาจากคำ Airport จะเป็นรถเมล์ที่วิ่งเข้าสู่สนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรรภูมิ เช่น สายA1 สนามบินดอนเมือง-จตุจักร
รูปแบบชื่อรถเมล์สายใหม่ใช้อย่างน้อย 1 ปี
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเปลี่ยนผ่านชื่อสายรถเมล์ จะมีการเขียนชื่อรถเมล์สายเดิมควบคู่กับชื่อรถเมล์สายใหม่ ไปอย่างน้อย 1 ปี เช่น
สาย 2 เดิม ที่เปลี่ยนเป็นสาย R1 ปากน้ำ-ท่าเรือสะพานพุทธ จะเขียนเป็นสาย 2 (R1)ส่วน สาย 178 เดิม ที่เปลี่ยนเป็นสาย B50 แฮปปี้แลนด์-ลาดพร้าว จะเขียนเป็น สาย 178 (B50) เป็นต้น