4 ส.ค.60 นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษากรมชลประธาน นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ นายสุชาติ หาญชนะชัยกูล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน นายปรีชา จานทอง ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 6 พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร พ.อ.จุมพล จุมพลภักดี รองผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 พ.อ.มานพ ไขขุนทด รองผอ.กอ.รมน.กาฬสินธุ์ พร้อมหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำปาว และสถานการณ์ในลุ่มแม่น้ำชี หลังปริมาณน้ำยังคงไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดเขื่อนลำปาวมีปริมาณอยู่ที่ 1,662 ล้าน ลบ.ม.จากความจุ 1,980 ล้าน ลบ.ม.หรือ 84 % และมีน้ำไหลเข้าเขื่อนล่าสุด 30 ล้าน ลบ.ม.ทำให้ทางเขื่อนยังคงเร่งระบายน้ำลงสู่ลำน้ำพาน โดยมวลน้ำไหลไปสมทบกับแม่น้ำชีที่เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ระบายลงมา ทำให้นาข้าว และบ้านเรือนบางส่วนใน 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย และ อ.ร่องคำ ถูกน้ำท่วมขังสูง และยังคงขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบไปยังพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี อีกด้วย
ที่ประชุมทางกรมชลประทาน เสนอขอระบายน้ำจากเขื่อนลำปาวต่อเนื่องวันละ 30 ล้าน ลบ.ม.ออกไปจนถึงวันที่ 13 ส.ค.2560 รวม 9 วัน จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อรักษาสภาพเขื่อน และเตรียมรับน้ำใหม่ ซึ่งคาดการณ์กันไว้ว่าจะมีน้ำไหลเข้าเขื่อนในช่วง ส.ค.ประมาณ 800 ล้าน ลบ.ม.และ ก.ย.อีก 600 ล้าน ลบ.ม. แต่ทุกหน่วยงานเกรงว่าหากระบายน้ำจำนวนวันละ 30 ล้าน ลบ.ม.นาน 9 วัน ปริมาณน้ำรวม 270 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งเป็นมวลน้ำมหาศาลจะส่งผลกระทบให้พื้นที่ ใน 5 อำเภอของ จ.กาฬสินธุ์ และพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานีมากยิ่งขึ้น
จึงมีข้อสรุปให้ลดการระบายน้ำจากวันละ 30 ล้าน ลบ.ม.เหลือวันละ 25 ลบ.ม.เป็นเวลา 15 วัน พร้อมทั้งประสานไปยังเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณน้ำอยู่เพียง 64 ล้าน ลบ.ม.เพื่อให้ลดปริมาณการระบายน้ำลงจากเดิมที่เคยระบายวันละ 15 ล้าน ลบ.ม.และต้องสรุปสถานการณ์ร่วมกันทุกๆ 3 วัน เพื่อลดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด พร้อมทั้งมีการเสนอให้ยกระดับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ให้เมาะสมกับการระบายน้ำของเขื่อนลำปาว เพื่อให้น้ำสามารถไหลลงน้ำชีได้และไหลไปต่อได้ เพราะไม่เช่นนั้นประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนอย่างนี้เป็นเวลายาวนาน
ขณะที่นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ ได้ออกประกาศเตือน และสรุปสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ซึ่งกำลังประสบกับสถานการณ์น้ำท่วมอยู่ขณะนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ อ.เมืองกาฬสินธุ์ ที่บริเวณบ้านโคกกลาง ต.หลุบ ซึ่งต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษตลอด 24 ชั่วโมงหลังจากน้ำในลำน้ำพาน มีระดับน้ำสูงขึ้นเจ้าหน้าที่ได้นำกระสอบทราย ไปเสริมพนังกั้นสูงขึ้นอีก 30 ซ.ม.พร้อมกับป้องกันลาดคันดินในจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากลำพานเข้ามาในพื้นที่ฝั่งบ้านกุดอ้อ บ้านศรีสวัสดิ์ และบ้านสงเปือย ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมตั้งเวรยามคอยเฝ้าดูพนังกั้นน้ำซึ่งเป็นคันดินลูกรัง ตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม อ.ฆ้องชัย ก็ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน โดยเฉพาะพนังกั้นน้ำด้านในที่เป็นถนนลาดยาง ตลอดระยะทาง 22 กม.เนื่องจากน้ำจากลำน้ำชีเข้ามาปะทะโดยตรง ทำให้พนังบางจุดทรุดตัวและปริแตก ไม่สามารถจะใช้เพียงกระสอบทรายไปปิดกั้นได้และบางจุดน้ำซึมผ่านด้านล่าง ซึ่งมีจุดเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ 5 จุด ทางจังหวัดได้ให้หน่วยทหารช่าง เจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบท และแขวงการทาง นำเครื่องจักรกล เข้าซ่อมแซม จุดเสี่ยงทุกจุดแล้ว
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมน้ำท่วมใน จ.กาฬสินธุ์ ได้รับผลกระทบ 15 อำเภอ ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 11 อำเภอ มีประชาชนได้รับผลกระทบ 37,136 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 195,301 ไร่ บ่อปลา 1,068 บ่อ