แห่ร้องทุกข์ เมียตำรวจช้ำรัก ร้องยธ.ช่วย
31 ก.ค. 2560 | nation_ent

ชาวบ้านแห่ร้องทุกข์รองปลัดยธ. รายแรกนักธุรกิจเมียตำรวจสุดช้ำ ถูกสามีข่มขู่ ฟ้องแจ้งความเท็จ-ยักยอก จนต้องเผ่นหนีจากบ้านตัวเอง
ข่าว
31 ก.ค. 2560 | nation_ent

ชาวบ้านแห่ร้องทุกข์รองปลัดยธ. รายแรกนักธุรกิจเมียตำรวจสุดช้ำ ถูกสามีข่มขู่ ฟ้องแจ้งความเท็จ-ยักยอก จนต้องเผ่นหนีจากบ้านตัวเอง
โดยน.ส.ปารวี ระบุว่า ตนอยู่กินฉันสามีภรรยากับนายตำรวจคนดังกล่าว มานานกว่า 10 ปี มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสโดยช่วงที่คบกันแรก ๆ สามีหลอกว่าแยกกันอยู่กับภรรยาเก่าและกำลังจะจดทะเบียนหย่ากัน แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้หย่า อีกทั้งเมื่อสามีดื่มสุราจนเมาขาดสติ. จะพูดข่มขู่และยิงปืนในบ้าน จนไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ แต่สามีไม่ยอมย้ายออกพร้อมเรียกเงิน 6 แสนบาท จึงจะยอมย้ายออกไป จึงต้องแยกกันอยู่คนละชั้นของบ้าน แต่ก็ยังถูกสามีข่มขู่จนต้องย้ายออกมาอยู่คอนโดมิเนียม เมื่อสามีเห็นว่าตนไม่อยู่บ้านก็หยิบเอกสารและโฉนดที่ดินที่ตนเซ็นมอบอำนาจทิ้งไว้ไป ตนจึงไปแจ้งความเอกสารหาย แต่ก็ยังถูกสามีแจ้งความกลับฐานแจ้งความเท็จและยักยอกทรัพย์ พร้อมข่มขู่ตลอดเวลา จึงมาร้องขอความช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรม .
โดยรองปลัดกระทรวงยุติธรรม จะทำหนังสือขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ตรวจสอบพฤติกรรมข่มขู่คุกคามของนายตำรวจสน.นิมิตรใหม่ ส่วนคดีอาญาที่มีการฟ้องร้องในศาลขอให้ต่อสู้กันไปตามกระบวนการ โดยคดีที่ถูกสามีฟ้องข้อหายักยอก. ได้แนะนำให้พิสูจน์ที่มาของรายได้ว่าฝ่ายภรรยาทำมาหาเลี้ยงชีพฝ่ายเดียว. ขณะที่สามีตำรวจมีรายได้หลังหักลบหนี้เพียง 3,000 บาทต่อเดือน
กรณีที่ 2 กลุ่มชาวบ้านจังหวัดฉะเชิงเทรา . 12 ราย นำโดยนายแฉล้ม แก้วคำ อายุ 73 ปี, นายจำลอง แก้วคำ อายุ 68 ปี, นางแดง แก้วคำ และนายแผน ศิลารัตน์ อายุ 60 ปี ตัวแทนชาวบ้าน ม.1 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งถูกนายทุน 2 พี่น้องในพื้นที่ฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินทำกิน. โดยนายจำลอง กล่าวว่า พวกตนถูกนายทุนซึ่งอยู่ใกล้กับที่ดินของตนฟ้องไล่ที่
โดยนายทุนได้เบิกความต่อศาลว่าพวกตนเป็นลูกจ้างไร่มันสำปะหลัง ทั้งที่พวกตนทำมาหากินและอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาหลายปี เสียภาษีใบภทบ.5 มาตลอด เช่นเดียวกับนายแผนที่ซื้อที่ดินต่อมาจากนายปก นิกุล จำนวน 7 ไร่ในราคา 9 หมื่นบาท ตั้งแต่ปี 2548 มีหลักฐานเป็นใบซื้อขายที่ดินและใบภทบ.5 เสียภาษีที่ดินมาตลอด กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ธนาคารมาแจ้งว่าที่ดินดังกล่าวมีผู้นำไปจำนอง ขอให้พวกตนย้ายออกจากที่ดินจำนอง เมื่อพวกตนไปสอบถามกับกรมที่ดินก็ได้คำตอบว่ามีการนำที่ดินบริเวณดังกล่าวรวม 50 ไร่. ไปออก นส.3 ก. จากนั้นไปขอออกเป็นโฉนดด้วยการเดินสำรวจ ทั้งที่พวกตนไม่เคยเห็นเจ้าหน้าที่มาเดินสำรวจเลย
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า ตนได้แนะนำเรื่องคดีให้กับผู้เสียหายทั้ง 2 กรณี โดยกรณีถูกฟ้องไล่ที่ต้องตรวจสอบขั้นตอนการขอออกโฉนดที่ดินก่อนว่าถูกต้องหรือไม่
กรณีที่ 3 นางลำไย. ประสิทธิผล อายุ 58. ปี จังหวัดชลบุรี เข้าร้องทุกข์ว่า ถูกนายทุนเงินกู้นอกระบบ ปลอมลายเซ็นในสัญญาขายที่ดินและเช่าที่ดิน. สืบเนื่องจากการกู้ยืมเงิน 50. ล้านบาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาทต่อเดือน ภายหลังตนชำระคืนหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ย 103. ล้านบาทแล้ว. นายทุนยังไม่ยอมคืนโฉนดที่ดินให้ จึงต้องการให้กระทรวงยุติธรรมช่วยพิสูจน์ลายมือลายเซ็นในสัญญาขายและเช่าที่ดิน เพื่อสามารถนำไปใช้ต่อสู้คดีในศาล