รวบเจ้าของคลินิกฉีดยากล้ามเนื้ออักเสบ ทำคนเสียชีวิต สารภาพไม่ใช่แพทย์
04 ก.ค. 2560 | nation_ent

สมุทรปราการ -รวบเจ้าของคลินิกฉีดยาแก้กล้ามเนื้ออักเสบเจ้าของร้านขายลาบเพียงข้ามคืนดับ เจ้าตัวจำนนต่อหลักฐาน ยอมรับสารภาพไม่ใช่แพทย์
ข่าว
04 ก.ค. 2560 | nation_ent

สมุทรปราการ -รวบเจ้าของคลินิกฉีดยาแก้กล้ามเนื้ออักเสบเจ้าของร้านขายลาบเพียงข้ามคืนดับ เจ้าตัวจำนนต่อหลักฐาน ยอมรับสารภาพไม่ใช่แพทย์
จากกรณีเมื่อช่วงหัวค่ำของวานนี้ที่ 3 กรกฎาคม 2560 นางสุภาวดี มังคละเสถียร อายุ 43 ปี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง สมุทรปราการ เนื่องจากติดใจการเสียชีวิตของนายวินัย มังคละเสถียร อายุ 45 ปี สามีตนที่มีอาการปวดที่ต้นแขนขวาก่อนที่จะไปรักษาที่คลินิกโนรีเวชกรรม ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยเทศบาลบางปู 47 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยที่คลินิกดังกล่าวได้ตรวจและบอกว่าเป็นอาการของกล้ามเนื้ออักเสบ ก่อนที่จะฉีดยาให้ 1 เข็ม แต่อาการไม่ดีขึ้น แถมยังมีอาการคล้ายแขนขาอ่อนแรงและเวียนหัว จึงได้ให้นอนให้น้ำเกลือพร้อมทั้งจัดยามาให้ทาน และให้กลับมาพักที่บ้าน วันต่อมาอาการทรุดหนัก จึงพาไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด ก่อนที่สามีตนจะเสียชีวิตลงในช่วงบ่ายของวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่ตนได้นำศพไปทีวัดเพื่อจะตั้งสวดบำเพ็ญกุศลเมื่อญาติคนอื่น ๆ ได้เห็นสภาพศพของสามีตนและเกิดติดใจการเสียชีวิต ตนจึงได้เข้าแจ้งความเพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อช่วงสายของวันนี้ที่ 4 กรกฎาคม 2560 นายรังสรรค์ วงษ์บุญหนัก เภสัชกรชำนานการพิเศษ สสจ.สมุทรปราการ พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้เดินทางตรวจสอบที่คลินิกดังกล่าว ชื่อคลินิกโนรีเวชกรรม เลขที่ 1563/73 ซอยเทศบาลบางปู 47 (โนรี) ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พบว่าคลินิกดังกล่าวยังเปิดทำการตามปติ จึงได้เข้าไปตรวจสอบภายในคลินิก ได้พบนายวิทยา โตมาซา อายุ 59 ปี อยู่ภายในและรับว่าเป็นเจ้าของคลินิก จึงเข้าตรวจค้น ภายในพบเครื่องมือแพทย์ เข็มฉีดยาที่บรรจุในซอง ใบเวชทะเบียนของคนไข้ที่มารักษาที่คลินิกโนรีเวชกรรม ระบุชื่อนายวินัย มังคละเสถียร รวมถึงตัวยา ชื่อDIFNACที่ใช้ฉีดให้กับผู้ตาย และเข็มฉีดยาที่ใช้แล้วอีกจำนวนหนึ่ง จึงยึดมาตรวจสอบและเชิญนายวิทยา เจ้าของคลินิกดังกล่าวมาทำการสอบถามข้อเท็จจริงที่โรงพัก สภ.เมืองสมุทรปราการ
นายวิทยา ได้อ้างว่า ตนเป็นเจ้าของคลินิกดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้เป็นหมอ แต่ก็ทำหน้าที่ฉีดยาได้ เนื่องจากตนเคยทำงานอยู่ในสถานพยาบาลมานานกว่า 10 ปี และลาออกมาเปิดคลินิกดังกล่าว แต่ไม่ได้รักษาเอง จะมีหมอหมุนเวียนกันมาให้การรักษา ส่วนตนหลังลาออกมาจากสถานพยาบาลแล้ว ได้มาประกอบอาชีพขายเครื่องมือแพทย์ และจัดรายการวิทยุที่คลื่นแห่งหนึ่ง และในวันที่เกิดเหตุ ตนได้เดินทางไปงานศพที่ จ.ขอนแก่น โดยที่คลินิกของตนจะมีผู้ช่วยพยาบาล อยู่ประจำคลินิกจำนวน 2 คน และเพิ่งกลับมาถึงคลินิกในเช้าของวันนี้และยังไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น กระทั้งถูกเจ้าหน้าที่เชิญมาสอบสวน ทั้งนี้ตนก็ยังไม่ทราบว่าลูกน้องทั้งสองคนหายไปไหน และก็ไม่ทราบว่าใครเป็นคนลงมือฉีดยาให้กับผู้ตายด้วย
ต่อมาในช่วงบ่ายนางสุภาวดี มังคละเสถียร ภรรยาและญาติของผู้ตายหลังจากที่เดินทางไปรับศพนายวินัย ผู้ตายมาจากสถาบันนิติเวช เพื่อที่จะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด จึงได้แวะเข้าพบพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเพื่อติดตามความคืบหน้า จึงได้ทราบว่าเจ้าหน้าที่ได้ไปเชิญตัวเจ้าของคลินิกดังกล่าวมาสอบปากคำแล้ว โดยมี พ.ต.อ.ปรีชา เอี่ยมนุ้ย ผกก.สอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ พ.ต.ท.สุนทราพร จาตูม สารวัตรสอบสวน ร.ต.อ.กันตพัฒน์ ชาวดอน ร้อยเวรเจ้าของคดี ได้ร่วมกันสอบปากคำ นายวิทยา เจ้าของคลินิกดังกล่าว
ขณะเดียวกัน นางสุภาวดี มังคละเสถียร ภรรยาผู้ตายได้เข้าชี้ยืนยันว่า คนที่ตรวจและฉีดยาให้สามีตน คือนายวิทยา และเป็นคนจัดยาแก้กล้ามเนื้ออักเสบจำนวน 3 ซอง และยาแก้แพ้ 1 ซอง ให้กับสามีตน ซึ่งได้นำถุงยาดังกล่าวมายืนยันเป็นหลักฐานด้วย ทำให้นายวิทยา เจ้าของคลินิกดังกล่าวจำนนต่อหลักฐาน และยอมรับสารภาพว่า ตนเองเป็นคนฉีดยาให้ผู้ตายและเป็นคนจ่ายยาให้ผู้ตายกลับไปทานที่บ้านจริง ส่วนผลตรวจนั้นแพทย์ สถาบันติเวช ยังไม่สามารถระบุได้เนื่องจากศพถูกฉีดฟอร์มาลีนแล้ว แต่ต้องรอผลตรวจเนื้อเยื้ออีกครั้งนายรังสรรค์ วงษ์บุญหนัก เภสัชกรชำนาญการพิเศษ สสจ.สมุทรปราการ กล่าว สำหรับคลินิกดังกล่าวพบว่าได้รับอนุญาตถูกต้อง แต่แพทย์ผู้ดำเนินการได้ข้อแจ้งเลิกไปแล้ว แต่ยังมีการเปิดทำการรักษาตลอดมา ขณะเข้าตรวจยังพบหลักฐาน การรักษาพยาบาล เข็มฉีดยาที่ใช้แล้ว ประกอบกับทางภรรยาผู้ตายให้รูปพรรณสัณฐานตรงกับ นายวิทยา เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวมาที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ สำหรับคลินิกดังกล่าว จัดอยู่ในกลุ่มเสียง ที่ ทาง สสจ.สมุทรปราการ กำลังจะเข้าไปตรวจ เนื่องจากแพทย์มาแจ้งเลิกไปแล้ว แต่มาเกิดเหตุการณ์เสียก่อน ทั้งนี้เมื่อปี 58 นายวิทยา ก็เคยถูกแจ้งข้อหาไม่จัดให้มีแพทย์อยู่ประจำคลินิกมาแล้วครั้งหนึ่ง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาเจ้าของคลินิกดังกล่าวว่า ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยทีมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตาม พรบ.ประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2525 มาตร 26 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท ส่วนสาเหตุการตายของสามีผู้เสียหายนั้นคงต้องรอผลการชันสูตรชิ้นเนื้อของผู้ตายก่อน หากการตายว่าเกี่ยวข้องกับการรักษาหรือไม่ หากพบว่าการตายเกี่ยวข้องกับการรักษาก็จะได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมว่า กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งมีโทษสูงสุดถึง 10 ปี ก่อนควบคุมตัวไว้ทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป