แต่ราคาหลง-หลินลับแล จะแพงกว่ารุ่นแรก อยู่ที่กิโลกรัมละ 500-700 บาท เนื่องจากผลผลิตจะน้อยลง ประมาณร้อยละ10 ของผลผลิตทั้งหมด แต่จะมีทุเรียนหมอนทองออกมากถึงร้อยละ 30 งานดังกล่าวชาวสวนต่างนำผลผลิตทุเรียนทั้งสด แปรรูป มาร่วมโชว์ ออกร้าน และมีการจัดกิจกรรมเพื่อให้ชาวสวนได้ผ่อนคลายระหว่างรอเก็บผลผลิตทุเรียนรุ่น 2
บรรยากาศที่บูธ หรือร้านของกลุ่มชาวสวนทุเรียน หมู่4 ตำบลแม่พูล ดูจะคึกคัก และได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ เนื่องจากชาวสวนได้นำ ทุเรียนที่มีรูปทรงประหลาด คือไม่เหมือนทุเรียนปกติทั่วๆ ไป มาตั้งโชว์และให้ชม แบบไม่หวง ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างขอเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกและสอบถามรายละเอียดจากนางอำพล เมืองก่อ ตัวแทนชาวสวนทุเรียนหมู่4 ที่ประจำบูธ ระบุว่า ทุเรียนดังกล่าวเป็นพันธุ์พื้นเมืองของลับแล
ให้ผลที่สวนกลางหุบเขาของนายอำพล โกะกอย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่4 เป็นทรงกระบอกเรียวยาว สวยงาม ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร น้ำหนัก ครึ่งกิโลกรัม มีเนื้อในสามารถรับประทานได้เหมือนทุเรียนทั่วๆ ไป แต่เจ้าของไม่ทาน ไม่ขาย เก็บไว้ เนื่องจากทุเรียนจะติดผลเป็นทรงกระบอก เฉพาะปีที่น้ำฝนอุดมสมบูรณ์ ที่สำคัญจะมีเพียง 1-2 ลูกเท่านั้น
หากปีไหน ทุเรียนพื้นเมืองติดผลทรงกระบอก ชาวสวนลับแลเชื่อว่าปีนั้นผลผลิตและราคาจะดี โดยปีนี้สวนของนายอำพล มีทุเรียนทรงกระบอก 2 ลูก นำมาโชว์ภายในงาน 1 ลูก ซึ่งถือเป็นเรื่องดี เป็นสิริมงคล เนื่องจากเป็นพันธุ์พื้นเมืองน่าจะอยู่ได้อีกประมาณ 2-3 วัน จากนั้นเปลือกจะแตกและเน่าไป ที่ทำได้คือ ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก เชื่อว่าคงไม่ได้ติดผลแบบนี้ทุกปีแน่นอน โดยมีประชาชนนักท่องเที่ยว ขอดู และถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกจำนวนมาก