เนชั่นทีวี

ข่าว

หอชมเมืองกรุงเทพฯ ขึ้นชั้นอันดับ 6 ของโลก

29 มิ.ย. 2560 | te

หอชมเมืองกรุงเทพฯ ขึ้นชั้นอันดับ 6 ของโลก

"ครม.อนุมัติให้ยกเว้นโครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุ เลขที่ทะเบียน กท.3275 เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร เพื่อก่อสร้างหอชมเมืองกรุงเทพมหานคร สามารถดำเนินการคัดเลือกเอกชนได้ โดยไม่ใช้วิธีประมูลตามประกาศของคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ โดยสืบเนื่องจากวันที่ 13 ธันวาคม 2559 ทาง ครม.มีมติเห็นชอบให้โครงการการก่อสร้างหอชมเมือง เป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาล ในวงเงิน 7,621 ล้านบาท"

"สาเหตุที่โครงการนี้ไม่ให้มีการเปิดประมูล เนื่องจากจะทำให้มีความล่าช้าและอาจจะส่งผลกระทบต่อโครงการ และอาจจะไม่มีเอกชนรายใดสนใจดำเนินโครงการ"
สิ้นเสียงการแถลงของ พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เกิดคำถามว่าโครงการดังกล่าวคืออะไร อะไรคือ "หอชมเมืองกรุงเทพมหานคร" ทำไมไม่ต้องประมูลทั้งๆ ที่ใช้วงเงินสูงถึง 7 พันล้านบาท

เมื่อย้อนไปดูก็พบว่า เมื่อปี 2559 ครม.มีมติอนุมัติให้ดำเนินโครงการก่อสร้างหอชมเมืองกรุงเทพมหานคร บนที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลข กท.3275 เขตคลองสาน กรุงเทพฯ พื้นที่โครงการนี้จะตั้งอยู่ในซอยเจริญนคร 7 ถนนเจริญนคร ดำเนินการโดย "มูลนิธิหอชมเมืองกรุงเทพมหานคร" ซึ่งเป็น "องค์กรเอกชน" ได้ประเมินงบลงทุนไว้ที่ 4,621.47 ล้านบาท เป็นเงินตั้งต้นของมูลนิธิ 5 แสนบาท เงินกู้จากสถาบันการเงิน 2,500 ล้านบาท เงินบริจาคจากบริษัทเอกชนชั้นนำ 2,100 ล้านบาท

คำถามจึงเกิดว่า เหตุใดผ่านไปไม่กี่เดือนมูลค่าของโครงการจึงเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เหตุใดจึงไม่ประมูล และเงินที่ลงทุนไปนั้นเป็นของใครกันแน่ เป็นของเอกชนตามมติ ครม. เมื่อปี 2559 หรือเป็นเงินของรัฐกันแน่

ต่อมา "พ.อ.อธิสิทธิ์" ได้ชี้แจงว่าสิ่งที่แถลงไปนั้นผิดพลาด เพราะวงเงินที่ใช้สร้างนั้นอยู่ที่ 4,621 ล้านบาท ตามที่ระบุไว้ในมติ ครม.จากการแถลงเช่นนี้ทำให้นายกรัฐมนตรีต้องออกมาชี้แจงว่า "ไม่ได้เป็นการใช้งบประมาณของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องธุรกิจ รัฐบาลเห็นว่าความมีส่วนร่วมกับเขา เขามีส่วนร่วมกับเรา รัฐบาลไม่ต้องออกเงิน"

จากการตรวจสอบพบกรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่ รัฐบาลร่วมกับเอกชน ในการจัดสร้าง "หอชมเมืองกรุงเทพมหานคร" โดยผ่าน พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ซึ่งในกรณีนี้รัฐลงทุนในส่วนของที่ดินราชพัสดุ โดยคิดเป็นมูลค่าเช่าที่ดินเป็นเวลา 30 ปี อย่างไรก็ตาม เมื่อมูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท ตามกฎหมายจำเป็นต้องเปิดประมูล นี่จึงเป็นที่มาของมติครม. ยกเว้นการประมูล

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบที่มาที่ไปของโครงการนี้พบว่า เป็นการเริ่มต้นของ "มูลนิธิหอชมเมืองกรุงเทพมหานคร" ซึ่งเป็นการรวมตัวของ กลุ่มนักลงทุน ที่กำลังสร้างโครงการ "ไอคอนสยาม" (Icon Siam) อันประกอบด้วย 1.เครือเจริญโภคภัณฑ์ 2.บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และ 3.บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัดซึ่งโครงการดังกล่าว เป็นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อทำเป็น ศูนย์การค้า อาคารที่พักอาศัย ศูนย์ประชุม ศูนย์กีฬา พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาไทย รวมถึงทำทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาระยะทาง 500 เมตร

มูลนิธิดังกล่าวจัดตั้งเมื่อปี 2557 และมีคณะกรรมการชุดแรก ประกอบด้วย วิศิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ซีอีโอของบริษัทแมกโนเลียฯ เป็นประธาน, สุทธิลักษณ์ วินทุพราหมณกุล ผู้บริหารบริษัท ดีทีกรุ๊ป บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในเครือ ซีพี, อารยา จิตตโรภาส ผู้บริหารกลุ่มสยามพิวรรธน์ และ ชลชาติ เมฆสุภะ ผู้บริหารกลุ่มสยามพิวรรธน์ เป็นกรรมการซึ่งต่อมาได้มีการเปลี่ยนให้ "พนัส สิมะเสถียร" อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นประธานกรรมการมูลนิธิ

ทั้งนี้ การสร้าง "หอชมเมืองกรุงเทพมหานคร" ระบุว่า เพื่อเป็นแลนด์มาร์กดึงการท่องเที่ยว โดยชั้นบนสุด จะเป็นโถงเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชแห่งมหาจักรีพระบรมราชวงศ์ เพื่อประดิษฐานพระบรมรูปของบูรพมหากษัตริยาธิราชแห่งมหาจักรีพระบรมราชวงศ์ประดิษฐานรูปหล่อพระคลังมหาสมบัติ พร้อมแสดงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

หอชมเมืองกรุงเทพฯ ขึ้นชั้นอันดับ 6 ของโลก



ขณะที่รัฐบาลระบุว่าวัตถุประสงค์การจัดทำโครงการนี้เพื่อเป็นต้นแบบน้อมนำศาสตร์พระราชาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานไว้ มาดำเนินโครงการโดยจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของไทย เป็นสัญลักษณ์สำคัญแห่งยุค พร้อมทั้งเป็นต้นแบบก่อสร้างอาคารสูงซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงและความรู้ทางการบริหารจัดการการออกแบบและวิศวกรรมอันล้ำสมัยตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล นอกจากนี้ยังจัดให้นักเรียนนักศึกษาเข้าเรียนรู้ขั้นตอนการก่อสร้าง เพื่อยกระดับพื้นฐานทางปัญญาเยาวชนไทย

จุดนี้เองที่เป็นการลงทุนในรูปแบบ การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ Public Private Partnerships (PPP)

จาก รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมระบุว่า โครงการดังกล่าวตั้งอยู่ที่ซอยเจริญนคร 7 ถนนเจริญนคร แขวงต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร เป็นอาคารตั้งอยู่ริมแม่น้ำ มีขนาดความสูง 459 เมตร (ความสูงวัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงส่วนที่สุดของอาคาร) มีพื้นที่ใช้สอยรวม 22,281.70 ตารางเมตร โดยจะเป็นส่วนใต้ดิน จำนวน 2 ชั้น ส่วนฐานอาคาร (PODIUM) 4 ชั้น เชื่อมต่อกับส่วนหอชมเมือง (TOWER) มีขนาดสูง 24 ชั้น

มีการระบุว่า โครงการดังกล่าวเลือกใช้โทนสีภายนอกที่กลมกลืนกับธรรมชาติ เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม และเป็นโทนสีที่มีความสบายตา โดยจะใช้สีขาว ไม่กระทบหรือบดบังโบราณสถานในรัศมี 5 กม. แต่อย่างใด

สำหรับด้านบนหอคอยเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์, ศูนย์การเรียนรู้, และจุดชมวิวทั้งนี้ มีการประเมินรายได้จากการจำหน่วยบัตรเข้าชม 1,054 ล้านบาทต่อปี ประมาณการราคาตั๋วที่เข้าชมคนละ 750 บาทต่อคน ส่วนคนไทยลด 50% หรือคนละ 375 บาท โดยจะมีค่าใช้จ่ายต่อปี 892 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเทศไทยก็มีหอคอยชมเมืองอยู่บ้าง โดยหอชมเมืองที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือ "หอบรรหารแจ่มใส" จ.สุพรรณบุรี ที่มีความสูง 123 เมตร อย่างไรก็ตาม หอชมเมืองที่สูงที่สุดคือหอคอยโรงแรมพัทยาปาร์ค ทาวเวอร์ ที่สูง 240 เมตร นอกจากนี้ยังมีหอคอยที่สูงในระดับเกิน 100 เมตร อาทิ หอชมเมืองสมุทรปราการสูง 179.5 เมตร หอชมเมืองร้อยเอ็ดที่สูง 101 เมตร

แต่หากสร้างสำเร็จ "หอชมเมืองกรุงเทพมหานคร" จะเบียดแทรกเข้าไปอยู่ในลำดับที่ 6 ของทำเนียบหอคอยที่สูงที่สุดในโลกต้องตามดูว่า โครงการนี้จะสำเร็จหรือไม่ แต่คำถามที่เกิดขึ้นคือ มติครม.เช่นว่า เป็นการเอื้อต่อเอกชนหรือไม่ เพราะมีทั้งการอนุมัติใช้ที่ราชพัสดุ และการไม่ให้มีการประมูล นอกจากนี้ ยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าระยะสั้นบนถนนเจริญนครวิ่งผ่านโครงการอีกด้วย งานนี้อาจเป็นหนึ่งในความร่วมมือ และหยิบยื่นประโยชน์ต่อกันและกันผ่านรูปแบบ "ประชารัฐ"

หอชมเมืองกรุงเทพฯ ขึ้นชั้นอันดับ 6 ของโลก

10 อันดับ หอคอยสูงที่สุดในโลก
1. โตเกียว สกายทรี (กรุงโตเกียว, ญี่ปุ่น) 634 เมตร2. แคนตัน ทาวเวอร์ (เมืองกวางโจว, จีน) 595.7 เมตร3. ซีเอ็น ทาวเวอร์ (นครโตรอนโต, แคนาดา) 553.33 เมตร4. ออสตานกิโน ทาวเวอร์ (กรุงมอสโก, รัสเซีย) 540.1 เมตร5. โอเรียนทัล เพิร์ล ทาวเวอร์ (นครเซี่ยงไฮ้, จีน) 468 เมตร (หอชมเมืองกรุงเทพมหานคร (กรุงเทพฯ, ประเทศไทย 459 เมตร)6. มิลาด ทาวเวอร์ (กรุงเตหะราน, อิหร่าน) 435 เมตร7. เคแอล ทาวเวอร์ (กรุงกัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย) 421 เมตร8. หอส่งสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์เทียนจิน (นครเทียนจิน, จีน) 415.2 เมตร9. เซ็นทรัล เรดิโอ แอนด์ ทีวี ทาวเวอร์ (กรุงปักกิ่ง, จีน) 405 เมตร10. เจิ้งหยวน ทาวเวอร์ (เมืองเจิ้งโจว, จีน) 388 เมตร

ข่าวล่าสุด