เนชั่นทีวี

ข่าว

กรมอุทยานฯ แจงเงินเก็บค่าเข้าที่ได้มาก และท้องถิ่นจะขอแบ่ง 40% ยันให้ไม่ได้!

21 มิ.ย. 2560 | te

กรมอุทยานฯ แจงเงินเก็บค่าเข้าที่ได้มาก
และท้องถิ่นจะขอแบ่ง 40% ยันให้ไม่ได้!

(21 มิ.ย.60) โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สมโภชน์ มณีรัตน์ กล่าวถึงกรณี คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก.ก.ถ.) มีมติเห็นชอบให้เสนอกระทรวงมหาดไทย แก้ไขกฎหมายมหาดไทย ให้แบ่งเงินรายได้ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จากเดิมร้อยละ 5 เพิ่มเป็นร้อยละ 40 นั้น

นายสมโภชน์ฯ กล่าวว่ายอดการจัดเก็บเงินรายได้ที่สูงขึ้นมากกว่าในอดีตที่ผ่านมานั้นเกิดจากนโยบายของรัฐบาลที่มีความชัดเจน เน้นเรื่องความโปร่งใสต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น และมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นรายได้หลักของประเทศ
กรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงได้เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว ให้เกิดความโปร่งใสในการจัดเก็บเงินรายได้ฯ พร้อมทั้งมีการปรับปรุงการบริการ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในโซนบริการ ปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ
นอกจากนี้แล้วยังได้เพิ่มประสิทธิภาพด้านการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จนส่งผลให้สถิติของนักท่องเที่ยวและเงินรายได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่การจัดเก็บเงินรายได้เพื่อบำรุงรักษาอุทยานแห่งชาติประจำปี 2559 มีการจัดเก็บเงินรายได้ ดังนี้
1) จัดเก็บน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10 ล้านบาท จำนวน 103 แห่ง
2) จัดเก็บมากกว่า 10 ล้านบาท ถึง 100 ล้านบาท จำนวน 20 แห่ง
3) จัดเก็บมากกว่า 100 ล้านบาท จำนวน 4 แห่ง
สำหรับเงินรายได้ฯที่จัดเก็บ ได้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครอง ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่
1.เป็นค่าใช้จ่ายในการคุ้มครอง ดูแล บำรุง รักษา ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในอุทยานแห่งชาติ
2.เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือและอุดหนุนกิจการใดๆที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในเขตอุทยานแห่งชาติ
3.เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อหรือจ้างในสิ่งที่จำเป็นหรือเป็นประโยชน์ด้านความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว และการพักอาศัยของนักท่องเที่ยว
4.เป็นค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การศึกษาและพัฒนางานของเจ้าหน้าที่
5.การพัฒนาเส้นทางคมนาคมและการติดต่อสื่อสาร เช่น การจัดสร้างเส้นทางตรวจการณ์ การจัดซื้ออุปกรณ์สื่อสาร เป็นต้น
6.การสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน เช่น ลานกางเต็นท์ บ้านพัก ห้องน้ำ หอดูสัตว์
7.ป้ายสื่อความหมาย และป้ายทุกชนิด เพื่อให้นักท่องเที่ยว ประชาชน เข้าใจและได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ
8.สร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และอุปกรณ์สื่อความหมายต่างๆภายในพื้นที่
9.สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ เช่น อาคารสำนักงานหรือที่ทำการอุทยานแห่งชาติ,บ้านพักเจ้าหน้าที่ 10.ค่าใช้จ่ายในการสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลาดตระเวนตรวจป้องกันปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายในเขตอุทยานแห่งชาติ
11.จ้างพนักงานพิทักษ์ป่า ลูกจ้างชั่วคราว จ้างเหมาเอกชนดำเนินงาน ในท้องถิ่นเพื่อปฏิบัติงานคุ้มครองดูแลรักษาพื้นที่ และบริการด้านการท่องเที่ยวประจำแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ
12.จัดซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ รถบรรทุกน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ ด้านการป้องกัน ด้านวิจัย และด้านท่องเที่ยว

นอกจากนี้แล้วกรมอุทยานแห่งชาติฯ อยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้สามารถนำเงินรายได้ฯ มาเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสวัสดิการหรือเงินช่วยเหลือให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต จากการปฏิบัติหน้าที่ในการคุ้มครอง ดูแล รักษาอุทยานแห่งชาติ

ซึ่งขณะนี้การแก้ไขกฎหมายอยู่ในชั้นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ในขณะที่เงินรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบล ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล กำหนดให้องค์การบริหารส่วนตำบลมีรายได้ เช่น ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้ายอากรการฆ่าสัตว์และค่าธรรมเนียม

รวมถึงผลประโยชน์อื่นอันเกิดจากการฆ่าสัตว์ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุรา ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในการเล่นการพนัน ค่าภาคหลวงและค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ฯลฯ

ซึ่งจะเห็นได้ว่าองค์การบริหารส่วนตำบลมีรายได้จากหลายทาง และกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้เคยหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าเงินรายได้ฯอุทยานแห่งชาติ ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติฯนำส่งให้องค์การบริหารส่วนตำบลนั้น จะกำหนดวัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้จ่ายในการคุ้มครองและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นได้หรือไม่

ซึ่งก็ได้รับคำชี้แจงจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าเป็นสิทธิขององค์การบริหารส่วนตำบลที่จะนำเงินไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ใดก็ได้ตามที่กฎหมายกำหนด โดยไม่สามารถออกกฎหมายหรือกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ให้องค์การบริหารส่วนตำบลนำเงินรายได้ฯดังกล่าวไปใช้จ่ายในการคุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติเพียงวัตถุประสงค์เดียวได้

นอกจากนั้นแล้ว กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังมีภาระหน้าที่ในการดูแลอุทยานแห่งชาติ อีก 150 แห่งทั่วประเทศ โดยจะประกาศเพิ่มอีก 4 แห่ง เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าให้กับประเทศ ที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารและการบริการนิเวศด้านต่างๆให้กับประชาชน อย่างไรก็ดียังมีอุทยานแห่งชาติอีกเป็นจำนวนมากเกือบ 100 แห่ง ที่มีคนไปเยี่ยมชมน้อย และเก็บเงินรายได้ฯได้น้อยมาก

แต่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังคงต้องคุ้มครองดูแลฟื้นฟูอุทยานแห่งชาติทุกแห่ง ซึ่งภารกิจที่สำคัญของที่สุดของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ก็คือการประเมินสถานภาพของทรัพยากรธรรมชาติ และการฟื้นฟูระบบนิเวศ และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ให้สามารถบริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามอุทยานแห่งชาติบางแห่งไม่สามารถเปิดบริการประชาชนได้ตลอดทั้งปี

และบางช่วงฤดูกาลอาจต้องปิดพื้นที่การท่องเที่ยว เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติ ได้รับการฟื้นฟู และอุทยานแห่งชาติบางแห่ง ต้องใช้งบประมาณลงทุนฟื้นฟูระบบนิเวศ และแหล่งท่องเที่ยวในบริเวณนั้น ตลอดจนการลงทุนเพื่อการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ

ดังนั้นกรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงขอโอกาสให้เราได้พัฒนาปรับปรุงอุทยานแห่งชาติทั้ง 154 แห่ง ตามแผนการจัดการอุทยานแห่งชาติแบบบูรณาการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และตามนโยบายของรัฐบาลให้สำเร็จก่อน ขอให้อุทยานแห่งชาติได้มีการสร้างศักยภาพทุกแห่ง และมีความพร้อมในการเป็นแหล่งรายได้ให้กับท้องถิ่นได้เสียก่อน

เมื่อถึงโอกาสที่เหมาะสมก็จะได้ร่วมหารือกันว่ากรมอุทยานแห่งชาติฯจะสามารถสนับสนุนท้องถิ่นในจำนวนเงินเท่าใด จะจัดสรรอย่างไรจึงจะช่วยกันรักษาทรัพยากรฯของประเทศได้ เพราะอุทยานแห่งชาติ เป็นสมบัติของทุกคนในชาติ

และอยากเรียนเพิ่มเติมว่า การที่อุทยานแห่งชาติสามารถเก็บเงินรายได้มากขึ้นนั้น กรมอุทยานแห่งชาติไม่ได้ตั้งเป้าในการเก็บเงินรายได้เพียงเท่านั้น แต่มีภารกิจเพื่อการฟื้นฟูระบบนิเวศและการดูแลรักษาพื้นที่ท่องเที่ยวในทุกๆด้าน เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับระบบนิเวศ

ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติฯ มีภาระอย่างมากในการดำเนินการ ทั้งนี้การจัดการอุทยานแห่งชาติมีต้นทุนในการบริหารจัดการคุ้มครองดูแลสูงมาก และในการบริหารจัดการเราไม่ได้มีจุดขายด้านการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว

แต่เรามีหน้าที่ให้ความรู้กับประชาชนด้วยและที่สำคัญอุทยานแห่งชาติทุกแห่งคือต้นทุนธรรมชาติของประเทศ และทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ ซึ่งเป็นมรดกอันล้ำค่าของแผ่นดิน ที่เราจะต้องช่วยกันดูแลรักษาให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป เพื่อส่งต่อให้กับลูกหลานไทยในอนาคต

ข่าวล่าสุด