ทั้งนี้ จากการปิดล้อมตรวจสอบร้าน 18+ (สิบแปดบวก) ตั้งอยู่ริมถนนพัทยาสายสาม พบนักเที่ยวยามราตรีจำนวนมากกำลังนั่งดื่มกินสุราฟังเพลงตามจังหวะเสียงเพลงนักดนตรีอย่างสนุกสนาน โดยมีสาวเชียร์ดริ้งก์กว่า 20 คน กำลังนั่งเอาอกเอาใจบริการลูกค้าเพื่อคลายเหงาให้กับบรรดาหนุ่มนักเที่ยว เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือให้ลูกค้าและพนักงานร้านอยู่ในความสงบ พร้อมทั้งสั่งให้ปิดเพลงเปิดไฟ
จากนั้นได้ทำการตรวจบัตรประชาชน พบมีสาวนักเที่ยวจำนวน 2 คน ซึ่งอายุต่ำกว่าที่กฎหมายเข้ามาใช้บริการ อยู่ในอาการมึนเมาสุราอย่างหนักจนอาเจียนคาโต๊ะ สร้างความสลดให้กับเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ว่าทางร้านปล่อยปละละเลยให้เยาวชนเข้ามั่วสุม และพบนักเที่ยวมีสารเสพติดในร่างกาย 7 คน นอกจากนี้ตามโต๊ะยังมีการจำหน่ายบารากู่ สินค้าห้ามขายตามประกาศ คสช. อีกด้วย
ต่อมาเวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดเดียวกัน ได้บุกเข้าตรวจสอบร้านไนท์ตี้ไนท์ ตั้งอยู่ซอยเพ็ชรตระกูล พบว่ายังเปิดให้บริการอยู่ พบบรรดาหนุ่มนักเที่ยวกำลังนั่งดื่มกินกับสาวเชียร์ดริ้งก์หน้าตาดีกันเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่ามีลูกจ้างต่างด้าวจำนวน 2 คน และพบสารเสพติดในร่างกายของนักเที่ยวและสาวเชียร์ดริ้งก์ รวม 4 คน นอกจากนี้พบซองใสมีเศษผงยาเคตามีนหล่นเกลื่อนพื้นในห้องน้ำ และสามารถตรวจยึดเตาบารากุจำนวนมาก ยาปรุงเส้นกลิ่นผลไม้กว่า 7 กิโลกรัม
พ.ต.อ.รณชัย จินดามุข รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี กล่าวว่า สำหรับการออกจับกุมสถานบันเทิงเป้าหมาย ได้รับคำสั่งมาจากผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ให้กำลังตำรวจและฝ่ายปกครอง รวมถึงทหาร บูรณาการกำลังร่วมกันออกจับกุมสาถานบันเทิงที่เป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติด โดยการตรวจสอบเป็นการป้องกันปราบปรามและจะดำเนินคดีกวดขันจับกุมสถานบันเทิงเป้าในพื้นที่ อย่างไรก็ตามตำรวจได้เสนอเรื่องไปยังอำเภอบางละมุงเพื่อยืนเรื่องขอเสนอสั่งปิดสถานบันเทิงทั้ง 2 แห่งในลำดับต่อไป...