ที่สน.ลาดพร้าว เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 6 มิถุนายน พ.ต.ท.พนมกร ฟองแก้ว สว.สส.สน.ลาดพร้าว เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า เมื่อช่วงสายวันนี้นายนพดล หรือทอง แสนแก้ว อายุ 33 ปี คนขับรถสองแถว ได้เข้ามาให้ปากคำพร้อมกับคนขับรถยนต์ โดยทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจเอาความกันได้พูดตกลงจับไม้จับมือขอโทษกันเรียบร้อยแล้ว โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. บริเวณซอยลาดพร้าว 107 แยก 7 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
นายนพดล เปิดเผยว่า เหตุเกิดช่วงสายของวันที่ 4 มิถุนายน ขณะที่ตนขับรถรับส่งผู้โดยสารอยู่ในซอยลาดพร้าว 107 เมื่อมาถึงแยก 7 ขณะที่ตนขับรถออกจากป้ายรถประจำทางตนเห็นผู้โดยสารกำลังก้าวขาลงจากรถจึงเบรกทันที ตัวรถจึงหยุดอยู่หน้าปากซอยพอดี ขณะเดียวกันมีรถยนต์ขับออกมาจากซอย จึงเกือบชนกัน จากนั้นชายคนดังกล่าวได้ลงมาจากรถพร้อมตะโกนด่าตนเป็นภาษาใต้ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ตนจึงลงไปแล้วขอโทษ แต่คนขับรถยนต์ยังไม่หยุดเดินไปดูทะเบียนรถตน ตนก็พยายามขอโทษหลายครั้งแล้ว แต่คนขับรถยนต์กลับปรี่เข้ามาจะทำร้าย ตนจึงชักมีดที่พกมาขู่ไว้ ก่อนคนขับรถยนต์จะเดินกลับไปที่รถแล้วแยกย้ายกันไป ทั้งนี้ตนขอโทษทางคู่กรณีที่ต้องชักอาวุธมีดออกมา เพราะเชื่อว่าหากเห็นว่าตนมีอาวุธจะไม่กล้าเข้ามา ส่วนมีดตนพกป้องกันตัวเนื่องจากเคยมีเหตุทะเลาะวิวาทกับวินจยย.ในซอย
ด้านนายถนอมศักดิ์ เจริญพานิช อายุ 51 ปี เปิดเผยว่าตนยอมรับว่าขณะนั้นอารมณ์ร้อนมาก เพราะตนกำลังจะออกจากซอย แต่รถสองแถว จู่ๆกลับจอดขวางไว้ ตนจึงโมโหลงมาต่อว่าคนขับรถสองแถว เมื่อเห็นว่ามีอาวุธมีด ตนจึงมีสติไม่หาเรื่องเดินกลับขึ้นรถไป อย่างไรก็ตามตนได้ขอโทษที่พยายามจะปรี่เข้าไปหา ตนยอมรับตรงนี้ เพราะขาดสติจริงๆ
ทางด้านพ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สน.ลาดพร้าวกล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีทะเลาะวิวาทด้วยวาจาทั่วไปไม่มีการทำร้ายร่างกายหรือถูกตัวกัน ไม่มีผู้เสียหายมีแต่คู่กรณีกัน ทั้งนี้สองฝ่ายไม่เอาความกันอย่างไรก็ตามคนขับรถสองแถวพกพาอาวุธมีดมาด้วยจึงให้พนักงานสอบสวนทำประวัติ พร้อมแจ้งข้อหาพกพาอาวุธมีด และปรับเงิน 1,000 บาท ตามกฎหมายต่อไป