ทั้งนี้ ทางการตำรวจอังกฤษดสริมมาตรการสอดส่องและกวาดล้างเหตุการณ์ก่อการร้ายทั้งเพิ่มการใช้อาวุธปีนและเฮลิคอปเตอร์ ขณะที่ Theresa May กล่าวว่า อังกฤษจะยกระดับการตอบโต้การก่อการร้ายให้หมดสิ้นไปจากประเทศ รวมถึงจะมีการพิจารณาเพิ่มบทลงโทษในคดีที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายด้วย
ขณะที่เงินปอนด์ร่วงลง 0.2% ทันทีมาอยู่มที่ 1.2801 ดอลลาร์เมื่อวันเสาร์ หลังจากที่พุ่งขึ้น 4.5% ในช่วงสองเดือนก่อนที่ระดับ 1.3086 ดอลลาร์ โดยที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษยืนยันจะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการเลือกตั้งทั่วไป จะเป็นไปตามกำหนดเดิมในวันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน โดยจะไม่ปล่อยให้ความรุนแรงมาขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตย
1.เหตุการณ์ก่อการร้ายเขย่าขวัญคนอังกฤษถึง 5 ครั้งในช่วงเวลาเพียง 2 เดือน นับจากเกิดเหตุครั้งแรกมีการขับรถชนคนกลางสะพานแถวเวสต์มินสเตอร์เมื่อเดือนมีนาคม ครั้งที่สองกับการเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่แมนเชสเตอร์ อารีนา เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม และล่าสุดเกิดเหตุการไล่แทงและขับรถยนต์พุ่งชนคนเมื่อวันเสาร์ที่ 3 มิถุนายนถึง 3 เหตุการณ์ร้ายซ้อนๆ กัน
โดยเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 22.00 น.ตามเวลาในอังกฤษ หรือราว 04.00 น. ของวันอาทิตย์ตามเวลาไทย เกิดเหตุคนร้ายขับรถแวนพุ่งเข้าใส่ฝูงชนและไล่แทงประชาชนบริเวณสะพานลอนดอนบริดจ์ และตลาดโบโรห์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิสามัญผู้ก่อเหตุจำนวน 3 คนขณะทำการไล่ล่า พร้อทกันนี้ ทางการอังกฤษได้จับกุมผู้ต้องสงสัยรวม 12 คน โดยเชื่อว่าเกี่ยวข้องกัน สำหรับผู้เสียชีวิตมีจำนวน 7 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 48 คน
พร้อมกันนี้ กลุ่ม ISIS ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุก่อการร้ายดังกล่าวแล้ว เป็นที่น่าสังเกตว่า เหตุการณ์ก่อการร้ายในอังกฤษเริ่มสะท้อนว่า เกิดขึ้นซ้อนๆ กันเป็นลักษณะการกระจายตัวออกจากศูนย์กลางของ ISIS ที่กำลังสูญเสียพื้นที่หลักในการทำสงครามกับอิรักและซีเรียขณะนี้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมี 3 เหตุการณ์ คือเหตุที่เกิดบริเวณสะพานลอนดอนบริดจ์ ตลาดโบโรห์มาร์เก็ต และที่ย่านวอกซ์ฮอลล์ โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณสะพานลอนดอนบริดจ์ และโบโรห์มาร์เก็ต เป็นเหตุก่อการร้าย ส่วนเหตุที่เกิดในย่านวอกซ์ฮอลล์ยังรอให้ผู้ที่มีภาพนิ่ง วีดีโอจากเหตุการณ์ก่อการร้าย ส่งภาพให้ตำรวจใช้เป็นข้อมูลในการสืบสวน
2.ทางการตำรวจอังกฤษดสริมมาตรการสอดส่องและกวาดล้างเหตุการณ์ก่อการร้ายทั้งเพิ่มการใช้อาวุธปีนและเฮลิคอปเตอร์ ขณะที่ Theresa May กล่าวว่า อังกฤษจะยกระดับการตอบโต้การก่อการร้ายให้หมดสิ้นไปจากประเทศ รวมถึงจะมีการพิจารณาเพิ่มบทลงโทษในคดีที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายด้วย โดยย้ำว่าจะต้องร่วมมือกันเพื่อเอาชนะศัตรูของเราให้จงได้ พร้อมกับยืนยันว่า การเลือกตั้งทั่วไปจะเป็นไปตามกำหนดในวันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน และจะไม่ปล่อยให้ความรุนแรงมาขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีอังกฤษระบุว่าคนร้ายในเหตุการณ์ครั้งนี้ รวมทั้งเหตุการณ์ในครั้งอื่นๆ ด้วย มีความเชื่อมโยงกันจากแนวคิดสุดโต่งด้านศาสนา ซึ่งเป็นการตีการบิดเบือนคำสอนของอิสลาม และยังขัดกับค่านิยมในการเคารพความหลากหลายของสังคมชาวอังกฤษ
3.สำหรับการเคลื่อนไหวของเงินปอนด์ร่วงลง 0.2% ทันทีมาอยู่มที่ 1.2801 ดอลลาร์เมื่อวันเสาร์ จากที่ได้พุ่งขึ้น 4.5% ในช่วงสองเดือนก่อนที่ระดับ 1.3086 ดอลลาร์ โดยนายกรัฐมนตรีอังกฤษยืนยันจะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการเลือกตั้งทั่วไป จะเป็นไปตามกำหนดเดิมในวันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน โดยจะไม่ปล่อยให้ความรุนแรงมาขัดขวางกระบวนการประชาธิปไตย
นอกจากนี้ บรรดาหัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆ ของอังกฤษได้ตัดสินใจหยุดการหาเสียงชั่วคราวก่อนการเลือกตั้งทั่วไปเป็นเวลา 1 วัน เพื่อไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตและอำนวยความสะดวกในการทำงานของเจ้าหน้าที่
4.ส่วนทางด้านธนาคารกลางขนาดใหญ่ทั่วโลก เปิดเผยฐานะการเข้าซื้อบอนด์โดยผ่านเม็ดเงิน QE ในขณะนี้ มีจำนวนถึง 1 ใน 3 ที่มีการซื้อขายในบอนด์ทั่วโลก เป็นจำนวนเงินถึง 18 ล้านล้านดอลลาร์ จากจำนวนบอนด์ที่ซื้อขายทั้งโลกวันละ 54 ล้านล้านดอลลาร์
ทำให้สภาพคล่องที่มีอยู่ในตลาดบอนด์ยังคงมาจากการอัดฉีดของธนาคารกลางขนาดใหญ่ของโลก ทั้งเม็ดเงิน QE ที่มาจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ที่มีวงเงินค้างอยู่ 4.4 ล้านล้านดอลลาร์ถึงแม้ว่าได้หยุดการอีดฉีด QE ลงแล้ว แต่เม็ดเงิน QE ยังคงหลังจากธนาคารกลางยุโป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่มีการอัดฉีดเงิน QE แซงหน้าเฟดไปแล้วเช่นกัน
โดยที่ ECB มียอดการอัดฉีด QE มากที่สุด ล่าสุดอยู่ที่ 4.69 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ BOJ มียอดอัดฉีด QE มากเป็นอันดับสองที่ 4.47 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งทั้ง ECB และ BOJ ยังไม่มีทีท่าจะยุติการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องไปอีก สวนทางกับเฟดที่กำลังดำเนินนโยบายการเงินสู่ภาวะที่เรียกว่า โดยนำร่องด้วยการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 มิถุนายนอีก 0.25% และอีกครั้งหนี่งในเดือนกันยายนนี้
5.ธนาคารกางยุโรปยังคงต้องรับหน้าเสื่อโอบอุ้มธนาคารพาณิชย์ในกลุ่มยูโรโซนต่อไป หลังจากที่ Banco Popular ธนาคารใหญ่อันดับที่ 6 ของสเปนต้องประสบกับฐานะเงินทุนที่ดิ่งถึง 27% และอาจถึงขั้นต้องชำระบัญชีจะในรอบ 28 ปีนับจากปี 1989
หลังจากที่ Banco Popular ไม่สามารถจะทำการขานสินทรัพย์มาชดเชยกลับเงินกู้อสังหาริมทรัพย์จำนวน 3.7 หมื่นล้านยูโรได้ เนื่องจากเศรษฐกิจของสเปนยังคงย่ำแย่ และมีอัตราการว่างงานสูง กว่า 50% ของคนหนุ่มสาวยังคงตกงานในขณะนี้