แหล่งข่าวหลายคนซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ในปัจจุบันและอดีตเจ้าหน้าที่เปิดเผยกับสื่อว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้บอกกับประธานาธิบดีเอ็นริเก เปญา นีเอโตของเม็กซิโก และนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดของแคนาดาให้โทรหาเขาด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือส่วนตัวที่แจกให้ แต่มีเพียงผู้นำของแคนาดาเท่านั้นที่ยอมรับข้อเสนอนี้
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่รัฐบาลฝรั่งเศสคนหนึ่งยังเปิดเผยด้วยว่า ในการสนทนาทางโทรศัพท์กันครั้งแรกระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีเอ็มมานูแอล มาครง หลังชนะการเลือกตั้งเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ทั้งคู่ได้แลกเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวกัน แต่ยังไม่มีการยืนยันว่ามีฝ่ายไหนที่เลือกใช้ช่องทางนี้ในการติดต่อหากันหรือไม่
ท่าทีของทรัมป์ถือเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความไม่ไว้วางใจในช่องทางติดต่อสื่อสารของทางการ เพราะก่อนหน้านี้มีหลายครั้งที่บทสนทนาระหว่างเขากับผู้นำต่างประเทศหลุดรั่วไปถึงมือสื่อ
ขณะเดียวกัน แนวทางนี้ถือว่าเป็นการละเมิดระเบียบปฏิบัติที่ทำมายาวนาน และทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงกังวลว่า อาจจะง่ายต่อการดักฟังของสายลับต่างชาติ มิหนำซ้ำยังจะทำให้ทรัมป์กลายเป็นคนปากว่าตาขยิบ เพราะสมัยหาเสียง เขาเคยโจมตีอย่างรุนแรงต่อนางฮิลลารี คลินตันในประเด็นการใช้อีเมลส่วนตัวติดต่องานสมัยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ โดยเรียกร้องให้ทางการดำเนินคดีกับเธอ
ปกติแล้วการติดต่อกันทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำของ 2 ประเทศมักมีการวางแผนกำหนดประเด็นและเนื้อหาไว้แล้วล่วงหน้า โดยมีกระทรวงการต่างประเทศและสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ขณะที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าบทสนทนาเหล่านี้ต้องมีการบันทึกไว้ทั้งหมด รวมถึงการติดต่อทางอีเมลส่วนตัวด้วย