ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว พร้อมด้วย พ.ต.ท.พงษ์สิทธิ์ ปาลาพงศ์ สว.สส.สน.คันนายนาว และพ.ต.ต.หญิง เสาวลักษณ์ สุวรรณมณี สว.(สอบสวน)สน.คันนายาว ได้นำตัว นายวันชัย พวงศรี อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตายจากกรณีดังกล่าวมาชี้จุดเกิดเหตุพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อประกอบสำนวน โดยการชี้จุดเริ่มตั้งแต่ช่วงที่นายนายคงชัยผู้ตาย ถอยรถแท็กซี่ชนรถกระบะ จากนั้นนายวันชัยเข้าไปเพื่อขอถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน ต่อด้วยจุดที่นายคงชัยได้เข้ามาทำร้ายร่างกายนายวันชัยจนล้ม เพราะไม่พอใจที่นายวันชัยมาถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน และจุดสุดท้ายเป็นจุดที่นายวันชัยขว้ามีดปลอกผลไม้แทงนายคงชัยจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยมีญาติของผู้ตายเดินทางมาดูและถ่ายภาพวิดีโอไว้ตลอดการทำชี้จุดดังกล่าว
นายวันชัย กล่าวว่า ตนไม่ได้ตั้งใจที่จะฆ่านายคงชัย ตนแค่ทำตามหน้าที่เข้าไปถ่ายรูปรถที่เกิดเหตุ แต่กลับถูกนายคงชัยทำร้ายร่างกายด้วยเข้ามาเตะและต่อย มีบาดแผลที่ปากเย็บกว่า 10 เข็ม มีรอยฟกช้ำที่หน้าอก ตนต้องการที่จะป้องกันตัวจึงขว้ามีดออกมาแทงโดยไม่รู้ว่าจะไปโดนจุดสำคัญจนทำให้นายคงชัยเสียชีวิต ซึ่งหลังจากเกิดเหตุตนไม่ได้หนีไปไหน เพียงแค่เดินเข้าไปที่บ้านพักเพื่อกินยา เนื่องจากตนเป็นโรคหัวใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หัวใจเต้นเร็วจึงต้องกินยา และรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนตัวรู้ว่าผู้ตายพักอาศัยอยู่ที่การเคหะแห่งนี้ เพราะเคยเห็นแต่ไม่บ่อย นอกจากนี้ต้องขอโทษญาติของผู้ตายด้วย เนื่องจากตนไม่ได้ตั้งใจจริง
หลังจากชี้จุดเสร็จได้มี นางกิตติยา ฉาบไฮสง อายุ 50 ปี เป็นพยานในที่เกิดเหตุได้ออกมาเปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุตนได้ยินเสียงคนทะเลาะกันจึงออกมาดู โดยเห็นว่าผู้ตายที่อยู่ในอาการมึนเมากำลังทำร้ายร่างกายนายวันชัยที่เป็นรปภ. ทั้งเตะและต่อยโดยที่นายวันชัยไม่ได้ต่อสู้ตอบ แต่ร้องออกมาว่า"อย่าทำผม ผมเพียงแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น" เมื่อเห็นดังนั้นตนจึงตระโกนให้เพื่อนบ้านช่วย พอหันกลับมาที่เกิดเหตุอีกที่ก็พบว่าผู้ตายมีเลือดไหลอาบตัวแล้ว แต่ก็ยังไม่หยุดทำร่างนายวันชัย ซึ่งมีเพื่อนผู้ตายคอยห้ามปราม
ด้าน พ.ต.อ.สิงห์ กล่าวว่า ในวันนี้(17 พ.ค.)ได้พานายวันชัยมานำชี้จุดพิสูจน์ข้อเท็จจริง ไม่ไช่ชี้จุดเพื่อประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากผู้ก่อเหตุให้การว่าไม่ได้ตั้งใจและเป็นการป้องกันตัว ทั้งนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และ พกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรืองทางสาธารณะโดยไม่ทีเหตุอันควร ซึ่งหลังจากนี้ต้องทำการสอบพยานอีกหลายปาก ก่อนจะสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนนายคงชัยนั้นได้มีการแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น แต่เนื่องจากนายคงชัยเสียชีวิตไปแล้วคดีจึงยุติลงไปด้วย