พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีแก๊งค์คนร้ายก่อเหตุล้วงกระเป๋าชาวไทยและชาวต่างชาติเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ฝ่ายสืบสวนสน.ทองหล่อจึงได้ออกสืบสวนติดตามรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิด ประกอบกับการสอบปากคำผู้เสียหายวิเคราะห์พฤติกรรมคนร้ายพบว่ากลุ่มคนร้ายเป็นชาวกัมพูชาประมาณ 5 คนมีการวางแผนแบ่งหน้าที่กัน จึงได้จัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ตามจุดเสี่ยงจุดล่อแหลมที่มักเกิดเหตุอยู่เป็นประจำ จนสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ยกแก็งค์ พร้อมของกลางดังกล่าว
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า แก๊งค์นี้มีนายโลนชาวกัมพูชาเป็นหัวหน้าขบวนการได้รวมกลุ่มกันมาจากประเทศกัมพูชาและมีการแบ่งหน้าที่กันทำงาน โดยในโลนจะเป็นผู้ลงมือล้วงกระเป๋าเหยื่อจากนั้นจะมีผู้ทำหน้าที่เดินประกบคอยบางสายตาของผู้อื่นอีกประมาณ 2-3 คน และจะมีอีก 1 คน คอยรับทรัพย์สินที่ล้วงเอามาได้หลบหนี โดยจะเลือกก่อเหตุกับเหยื่อที่สะพายกระเป๋าเป้ หรือใช้กระเป๋าสะพาย ส่วนใหญ่จะใช้การรูดซิปแล้วจึงล้วงเอาทรัพย์สินไป มักเลือกก่อเหตุตามสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ถนนสุขุมวิท ถนนพระราม 2 ย่านประตูน้ำ หรือตามห้างสรรพสินค้า โดยจะก่อเหตุวันละ 2-3 ครั้ง ไม่เลือกช่วงเวลา ส่วนใหญ่จะก่อเหตุช่วงกลางวัน อย่างไรก็ตามโทรศัพท์ที่ได้จากผู้เสียหายจะนำไปขายที่ตลาดปอยเปตฝั่งประเทศกัมพูชา ส่วนเงินตราต่างประเทศจะนำไปแลกที่ร้านรับแลกเงินย่านซอยนานา รายได้ต่อเดือนเฉลี่ยเดือนละ 4-5 หมื่นบาท เมื่อเก็บเงินได้เป็นก้อนแล้วก็จะนำเงินสดที่ได้กลับไปใช้จ่าย และฝากเงินที่ประเทศกัมพูชาแล้วกลับมาก่อเหตุอีก
ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพมหานครร่วมกันกว่า 100 ครั้ง และผู้ต้องหาทุกคนเคยต้องโทษในเรือนจำประเทศไทยในฐานความผิดลักษณะล้วงกระเป๋า มาแล้วหลายครั้ง ทั้งนี้นายนวล เคยถูกจับ 2 ครั้ง ครั้งแรกที่สน.พญาไท ปี 46 ในข้อหาลักทรัพย์(ล้วงกระเป๋า) และสภ.รัตนาธิเบศร์จ.นนทบุรี ปี 60 ในข้อหาลักทรัพย์ นายส่วน ถูกจับ 1 ครั้ง ที่สน.ทองหล่อ ปี 56 ในข้อหาลักทรัพย์(ล้วงกระเป๋า) นายเจิ๊ด เคยถูกสน.พระโขนงจับเมื่อ ปี 57 ในข้อหาพยายามลักทรัพย์ นายคง ถูกจับ 1 ครั้งที่สน.ท่าข้ามเมื่อปี 57 ในข้อหาวิ่งราวทรัพย์และนายโลนเคยถูกจับ 1 ครั้งที่สน.ทองหล่อ เมื่อปี 56 ในข้อหาลักทรัพย์ (ล้วงกระเป๋า)