ชวนลงขัน ไปทำนาข้าวเกษตรอินทรีย์@ยโสธร
13 พ.ค. 2560 | nation_ent

จังหวัดยโสธรพยายามผลักดันยุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์ให้เกิดขึ้น และเป็นจริงเป็นจัง เพื่อสร้างให้เป็นเมืองเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง
ข่าว
13 พ.ค. 2560 | nation_ent

จังหวัดยโสธรพยายามผลักดันยุทธศาสตร์เกษตรอินทรีย์ให้เกิดขึ้น และเป็นจริงเป็นจัง เพื่อสร้างให้เป็นเมืองเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2560 ได้มีโอกาสไปร่วมงานปั่นจักรยาน Nationbike Thailand ที่ยโสธร "ม่วนนำกัน ร่วมงานบุญบั้งไฟ@ยโสธรซึ่งมีนักปั่นมาร่วมกิจกรรมร่วม 1000 คน มีนักปั่นจากทั่วประเทศเดินทางไปร่วมปั่น
บรรยากาศดีมาก ไม่ร้อน ไม่อบอ้าว เนื่องจากค่ำของวันที่ 6 พฤษภาคม ก่อนวันปั่น 1 วัน ได้มีฝนตกลงมาสร้างความชุ่มฉ่ำใจ /แถมก่อนรุ่งสางก็ยังมีฝนตกลงมาอีก แต่พอถึงเวลาเปิดลงทะเบียนฝนก็หยุดตก ช่วงปั่นจักรยาน ตั้งแต่ 07.00 น.เป็นต้นไปจึงไม่มีแดดเลย จนขาปั่นคนสุดท้ายเข้าสู่จุดจบ จึงเริ่มมีแดดอ่อนๆขึ้นมา
ระหว่างบนเวทีกำลังแจกของรางวัล ได้มีเวลาสนทนากับท่านผู้ว่าฯบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ซึ่งท่านมีโครงการใหญ่ๆมากมายที่จะทำเพื่อจังหวัดยโสธร อย่างล่าสุดวันนี้ก็จัดงานบุญบั้งไฟใหญ่โต เชิญชวนลูกหลานขาวยโสธรกลับบ้านไปร่วมงานบุญบั้งไฟ
ท่านบุญธรรม ยังเปรยกับผมว่าช่วยโปรโมตให้หน่อยกับโครงการชวนคนไปร่วมทำนา /เชิญคนกรุงเทพ เชิญเศรษฐี หรือคนรักในการทำนา ไปร่วมกับชาวยโสธรร่วมกันทำนา บอกตามตรงว่า ผมเองก็สนใจ แลถือเป็นโครงการที่น่าสนใจ คล้ายๆโครงการชวนบัณฑิตกลับบ้าน
รายละเอียดของโครงการนี้เป็นอย่างนี้ครับ
ชวนลงขัน ไปทำนาข้าวอินทรีย์ ยโสธร จังหวัดยโสธร ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ "ร่วมลงขัน ชวนกันไปทำนา 2560"จากเมืองสู่..ท้องนา จากต้นกล้า..สู่จานข้าว
ลองคิดดูว่าจะดีสักแค่ไหน..ถ้าเราได้ทานข้าวที่เราร่วมปลูกด้วยตัวเองกับชาวนาจะดีสักแค่ไหน..ถ้าเราได้ทานข้าวที่ปลูกด้วยวิธีธรรมชาติ ปลอดสารเคมีด้วยความมั่นใจจะดีสักแค่ไหน..ถ้าเราจะได้ไปเรียนรู้สัมผัสวิถีชีวิตชาวนาที่ไม่ใช่จากคำบอกเล่า
ชวนคนกรุง หลีกหนีควัน ฝุ่น และความวุ่นวายในเมือง ไปใช้ชีวิตสัมผัสใกล้ชิดกับธรรมชาติ สูดโอโซน ไร้ฝุ่นควัน ได้ลองสัมผัสกับความเป็น "ชาวนา แบบเกษตรอินทรีย์" และวิถีดั้งเดิมของคนไทย ภูมิใจและมั่นใจกับผลิตผลของตนเอง โดยสามารถปลูกข้าวได้โดยไม่ต้องมีที่นา 3 วัน 2 คืน ท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีแห่งเมืองยโสธร เมืองเล็กๆ เรียบง่าย สงบงาม
เก็บเกี่ยวประสบการณ์เรียนรู้กระบวนการทำนาเกษตรอินทรีย์วิถียโสธรจากชาวนาอาชีพ
ร่วมลงขันจับคู่กลุ่มชาวนาอินทรีย์
ร่วมทำนาปลูกข้าวในแปลงนาที่มีชื่อของตัวเอง
มีส่วนร่วมสนับสนุนเกษตกรผู้ทำนาอินทรีย์ให้มีรายได้ที่มั่นคง
ได้ข้าวสารอินทรี่ย์จากแปลงนาที่ปลูกเอง
ชาวนาได้เงินทุนไปทำนา และส่งมอบข้าวให้กับผู้ลงขันในภายหลัง
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และ สมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่Facebook : CSR Outing โทร.080 591-0959 (เอ)
1.แนวคิดของโครงการ1.1เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร (agro-tourism) ของจังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์ต้นแบบของประเทศไทย และมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยให้คนเดินทางมาเรียนรู้ แสวงหาประสบการณ์การทําเกษตรอินทรีย์ผสมผสานการท่องเที่ยวภายในจังหวัดยโสธร
1.2เพื่อส่งเสริมและขยายตลาดเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดยโสธรให้แพร่กระจาย ออกไปถึงผู้บริโภค ภายในประเทศและทําให้เกษตรกรผู้ทําเกษตรอินทรีย์มีรายได้ที่มั่นคง แน่นอนจากการขายผลผลิตล่วงหน้าใน ราคาที่เหมาะสม
1.3เพื่อเป็นเสริมสร้างกําลังใจให้เกษตรกรเกิดความเชื่อมั่นและมุ่งมั่นในการทําการเกษตรอินทรีย์เพื่อผลิตอาหารที่ดีปลอดภัยต่อสุขภาพของคนไทย
1.4เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเข้าถึงและได้บริโภคผลผลิตทางเกษตรที่ ดีและปลอดภัย ได้อย่างมั่นใจ และทราบถึงแหล่งผลิต
1.5เพื่อให้ผู้ทํางานในเมืองหลวง เมืองใหญ่คนทํางานสํานักงาน หรือคนที่อยากเรียนรู้การทํานา ฯลฯ แต่ไม่มีที่นาของตัวเอง ได้มีโอกาส "ปลูกข้าวไว้กินเอง" หรือ "ปลูกข้าวด้วยใจ มอบให้คนที่รัก" โดยสามารถ "ปลูกข้าวได้ โดยไม่ต้องมีที่นา"
2.ผู้ร่วมลงขันเข้าร่วมโครงการ
2.1คุณสมบัติ บุคคลทั่วไปทุกเพศ ทุกวัย ที่มีความสนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ทั้ง เป็น รายบุคคล กลุ่มบุคคล หรือบริษัท ห้างร้าน องค์กรก็ได้
2.2รายละเอียดข้อกําหนดการร่วมโครงการ(1) ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมได้โดยการลงขันทํานากับชาวนาอินทรีย์ได้ตั้งแต่ 3,000บาท หรือ 5,000 ขึ้นไป โดยไม่มีกําหนดเพดานขั้นสูง(2) จังหวัดยโสธรจะจับคู่เลือกชาวนาอินทรีย์และพื้นที่ทํานาให้แล้วแจ้งให้ผู้ เข้าร่วมลงขันทราบ(3) ผู้ร่วมลงขันเดินทางมาร่วมทํานากับเกษตรกร สัมผัสประสบการณ์และเรียนรู้การทําเกษตร อินทรีย์วิถียโสธร ได้ปลูกข้าวไว้กินเอง แต่ถ้าไม่สะดวก เดินทางมาจังหวัดยโสธรจะ ให้เกษตรกร ที่จับคู่ ดําเนินการแทนให้
2.3ผู้ร่วมลงขันจะได้รับ(1) ผู้ร่วมลงขันจะได้รับข้าวสาร (หอมมะลิ) อินทรีย์จากแปลงนา ที่ทําร่วมกับเกษตรกร ตาม จํานวนเงินที่ลงขัน2) ได้เป็นผู้มีส่วนร่วมสนับสนุนเกษตรกรผู้ทําเกษตรอินทรีย์ห้มีรายได้ที่มั่นคงและเพื่อรักษา สิ่งแวดล้อม
3เกษตรกรที่ร่วมทํานา3.1เป็นเกษตรกรชาวยโสธรซึ่งทําหรือเข้าร่วมการทําการเกษตรอินทรีย์
3.2เกษตรกรจะเป็น "เพื่อนเกษตรกร" มีหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้
(1) ดูแลแปลงข้าวให้ผู้เข้าร่วมลงขัน ตั้งแต่การแนะนําการปลูก การปลูกซ่อม การบํารุงดูแลไป จนถึงการเก็บเกี่ยวและแปรรูปเป็นข้าวสาร เช่นเดียวกับการทํานาตามปกติ(2) ส่งมอบข้าวสารจากแปลงนาที่บรรจุแล้วส่งมอบให้ผู้ร่วมลงขันตามจํานวนที่กําหนด (กรณีที่ ได้ผลผลิตไม่ได้ตามจํานวนที่กําหนดให้นําผลผลิตจากแปลงนาข้าวอินทรีย์ของตนมาเพิ่มเติมให้ครบจํานวน)
4.ช่วงเวลาที่จะมาทํานาการทํานาจะอยู่ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม กรกฎาคม 2560
5.ค่าลงขันเงินลงขัน (ไม่รวมค่าเดินทาง ค่าที่พักของผู้ร่วมลงขัน) จะได้ข้าวสาร (หอมมะลิ) อินทรีย์ แยกตาม ประเภท ดังนี้(1) ลงขัน 3,000 บาท ได้ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ 50 กิโลกรัม หรือ ข้าวหอมมะลิระยะปรับเปลี่ยน เป็นข้าวอินทรีย์ 70กิโลกรัม(2) ลงขัน 5,000 บาท ได้ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ 100 กิโลกรัม หรือ ข้าวหอมมะลิระยะ ปรับเปลี่ยน เป็นข้าวอินทรีย์ 125กิโลกรัม(ผู้ที่ร่วมลงขันมากกว่า 5,000 บาทขึ้นไป ทุก 50 บาทจะได้ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ 1 กิโลกรัม หรือ ข้าวหอมมะลิระยะปรับเปลี่ยนเป็นข้าวอินทรีย์ 1.25กิโลกรัม)
6.ติดต่อร่วมลงขันและดูรายละเอียด6.1 ศูนย์ดํารงธรรมจังหวัดยโสธร 045-714280, ๐๔๕ 045-71251 มือถือ 095-60755176.2สํานักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร 045-5860636.3 www.visityasothon.com และ facebook : yasothon organic
นี่คืออีกกิจกรรมดีๆที่ทางจังหวัดยโสธรจัดขึ้น เพื่อสร้างความคึกคัก สร้างสีสันต์ให้กับเมืองยโสธร เมืองที่เพิ่งก่อตั้งมาครบ 45 ปีเมืองที่อยากให้ผู้คนไปสัมผัส