เนชั่นทีวี

ข่าว

"ดีเจเชาเชา" ส่งตัวแทนไปเผาศพ "เบลล์"

07 พ.ค. 2560 |

"ดีเจเชาเชา" ส่งตัวแทนไปเผาศพ "เบลล์"

พิธีกร และดีเจชื่อดัง "ดีเจเชาเชา" ชวลิต ศรีมั่นคงธรรม อายุ 41 ปี ถูกแจ้งความกล่าวหาว่า ขับรถยนต์ยี่ห้อเล็กซัส สีขาว หมายเลขทะเบียน กฆ 6782 เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของ นายจิรภาษ ธงอาษา อายุ 18 ปี บนถนนตัดใหม่วัชรพล-สุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน จนบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

ดีเจเชาเชา ส่งตัวแทนไปเผาศพ นายจิรภาษ ธงอาษา หรือ เบลล์ คู่กรณี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.สายไหม กำลังอยู่ในระหว่างประสานงานในการเรียก นางสมควร ธงอาษา อายุ 50 ปี มารดาของนายจิรภาษ ผู้ตายมาสอบถามเพิ่มเติม เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเพื่อนวัยรุ่นของผู้ตายซึ่งอยู่ในเหตุการณ์วันเกิดเหตุ ที่มีทั้งหมด 5 คน ก่อนจะออกหมายเรียกทั้งหมดมาสอบปากคำในฐานะพยาน  โดยมีเพียง 1 คนที่อายุเกิน18 ปี ขณะที่อีก 4 คน ยังเป็นเยาวชน  จะต้องประสานสหวิชาชีพเข้าร่วมสอบปากคำด้วย คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ในวันจันทร์ที่ 8 พ.ค.ที่จะถึงนี้ เพื่อสอบถามถึงเรื่องราวและเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุสอบถามหารายละเอียดของเหตุการณ์ทั้งหมด ว่ายังคงยืนยันคำให้การเดิมที่เคยสอบถามไปในคราวแรกหรือไม่ โดยจะต้องนำมาเทียบเคียงจากภาพกล้องวงจรปิดที่ชุดสืบสวนได้มา และหาความเป็นไปได้ว่าจะสามารถมีผู้โยนก้อนหินลงมาใส่กลุ่มผู้ตายตามคำกล่าวอ้างตั้งแต่ครั้งแรกของกลุ่มเพื่อนผู้ตายเอง                ด้านพ.ต.อ. ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผู้กำกับการ สน.สายไหม เปิดเผยว่า คดีนี้ตำรวจได้ทำงานอย่างเต็มที่ และเป็นธรรมในการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนสำนวนคดีนอกจากการสอบปากคำพยานทั้งหมดแล้ว ทางพนักงานสอบสวนต้องรอความเห็นจากผู้ชำนาญการ กองพิสูจน์หลักฐาน การตรวจสภาพรถ และจากผู้เชี่ยวชาญในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาประกอบในสำนวนคดี ก่อนเตรียมสรุปสำนวนคดี เสนออัยการมีความเห็นสั่งฟ้องตามข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนข้อหาขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และขับรถโดยไม่จัดทำ พ.ร.บ.ผู้ประสบภัยทางรถนั้น เบื้องต้นได้ทำการแจ้งให้เจ้าตัวรับทราบไปตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว ซึ่งจะต้องเรียกให้เจ้าตัวมาเสียค่าปรับในภายหลัง           พ.ต.อ. ธนกรณฑ์ เปิดเผยอีกว่า ส่วนที่มีคลิปวงจรปิด 2 คลิป ที่บันทึกเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุได้ ยังไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด ส่วนที่มองว่าต้นเหตุมาจากการรวมกลุ่มแข่งรถซิ่งบนทางสาธารณะหรือไม่ เชื่อว่าประชาชนที่ได้เห็นคลิปดังกล่าว น่าจะสามารถเข้าใจได้เอง เพราะพฤติการณ์ค่อนข้างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า เรื่องการดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นที่รวมตัวกันแข่งรถซิ่ง เป็นเรื่องที่ดำเนินการได้ยาก เพราะยังขาดหลักฐานที่จะทำให้ระบุตัวผู้กระทำผิดได้ชัดเจน และคงไม่มีผู้กระทำผิดรายใดเข้ามายอมรับผิด  แต่ข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมได้ ก็จะถูกนำเข้าสำนวนการสอบสวน เพื่อให้ศาลพิจารณาไปตามข้อเท็จจริง นอกจากนี้ยังยอมรับว่า จุดที่เกิดเหตุ มักมีวัยรุ่นรวมตัวไปแข่งรถซิ่งอยู่บ่อยครั้ง ที่ผ่านมาได้สั่งการให้สายตรวจไปตั้งด่านสกัดแข่งรถซิ่งเป็นประจำทุกสัปดาห์ แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะวัยรุ่นมักอาศัยจังหวะที่ไม่เห็นตำรวจแอบแข่งรถ ซึ่งจากข้อมูลเฉลี่ยพบว่ากลุ่มวัยรุ่นมักรวมตัวหลัก 10 คัน ในการแข่งรถ แต่ไม่ถึงหลักร้อยตามที่ปรากฎเป็นข่าว

ข่าวล่าสุด