จับตา 2 แบงก์ใหญ่ทั้ง Stanchart และ JPMorgan เตรียมโยกย้ายธุรกรรมทางการเงินออกจากลอนดอนในฐานะศูนย์กลางการเงินยุโรป ไปยังแฟรงก์เฟิร์ตของเยอรมันแทน ก่อนที่กระบวนการ Brexit จะเสร็จสิ้นลง
ขณะที่นักลงทุน 94% เพิ่มจากเดิมที่คาดไว้ 70% เชื่อว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% อีกครั้งในเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ปฏิกิริยาการลงทุนในตลาดสินทรัพย์ทางการเงินประเภทต่างๆ เป็นไปอย่างเบาบาง หลังจากตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ 1% ในการประชุมเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม
1.เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กร้าว กล่าวหาสหภาพยุโรป หรือ EU แทรกแซงการเลือกตั้งของอังกฤษที่จะมีขึ้นในวันทื่ 8 มิถุนายน ระบุเป็นการใช้ความพยายามของบางคนใน EU ต้องการขัดขวางการถอนตัวตาม Brexit พร้อมกันนี้ยังยืนยันจะไม่จ่ายเงิน 1 แสนล้านยูโรให้กับ EU เพื่อแลกกับการดำเนินกระบวนการแยกตัวออกเป็นไปอย่างราบรื่นภายในปี 2019
หลังจากที่ EU ได้ยื่นเรียกร้องให้อังกฤษต้องจ่ายเงิน 1 แสนล้านยูโรอย่างเป็นทางการ หากยังว่าการเจรจาจะได้เงื่อนไขข้อสรุปที่ดีในหลายๆ เรื่องโดยเฉพาะอนาคตของการเปิดเสรีทางการค้ากับอียูซึ่งเป็นสิ่งที่อังกฤษต้องการ
ทั้งนี้ เทเรซา เมย์ จะเป็นผู้นำในการเจรจากับทาง EU เกี่ยวกับการแยกตัวจาก EU โดยหวังว่าการเจรจาจะประสบผลสำเร็จและเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ นอกจากนี้ ผู้นำอังกฤษยังต้องการที่จะบรรลุข้อตกลงกับทาง EU ในเรื่องสิทธิพลเมืองโดยเร็วที่สุด
2.Standard Chartered Bank หรือ Stanchart ธนาคารยักษ์ใหญ่ของอังกฤษตัดสินใจเลือกแฟรงก์เฟิร์ตให้เป็นศูนย์กางการเงินใหม่ของสหภาพยุโรปหลังจากที่อังกฤษแยกตัวออกจาก EU ได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากรัฐบาลอังกฤษที่ยังคงยืนยันว่าลอนดอนจะยังคงเป็นศูนย์กลางทางการเงินของยุโรปโดยไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใดจาก Brexit
เนื่องจากว่า แฟรงก์เฟิร์ตจะกลายเป็นศูนย์กลางในการทำหน้าที่เป็น euro clearing สำหรับการธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ในอนาคต อย่างไรก็ตาม Stanchart ประเมินว่าผลประกอบการของแบงก์จะไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะรายได้ส่วนใหญ่จะมาจากการทำธุรกรรมทางการเงินในเอเชียเป็นหลัก
3.JPMorgan Chase & Co ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐ เตรียมย้ายฐานการทำธุรกรรมทารเงินจากลอนดอนไปสู่ 3 เมืองใหญ่ที่ประกอบด้วย to Dublin, Frankfurt และ Luxembourg พื่อปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจของธนาคารใน EU single market หลังจากที่กระบวนการ Brexit ดสรฌจสิ้นสมบูรณ์ภายใน 2 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ JPMorgan Chase Bank ปัจจุบันมีการจ้างพนักงานในลินดิน 4,000 คน แต่ในเดือนมหราคมที่ป่านมามีการประกาศโยกย้ายคนออกจากลอนดอนในล็อตแรก 500-1,000 คนให้กระจายไปยังสาขาอื่นๆ ในยุโรป
4.สำหรับ Goldman Sachs และ Morgan Stanley อยู่ในระหว่างการตัดสินใจเพื่อชั่งน้ำหนักว่าจะเลือกฐานทำธุรกรรมทางการเงินในเยอรมันเป็นศูนย์กลาง เช่นเดียวกับ Barclays Bank ขณะที่ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจประกันภัย American International Group Inc. หรือ AIG Group ได้ตัดสินเลือก Luxembourg เป็นที่ตั้งออฟฟิศที่จะเปิดดำเนินการใหม่
นอกจากนี้ มีการประเมินว่า ลอนดอนอาจจะสูญเสียบุคลากรทางการเงินในอนาคตระหว่าง 10,000-20,000 ตำแหน่งงาน แต่ Bruegel think tank คาดว่าลอนดอนจะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย โดยสูญเสียผู้เชี่ยวชาญทางการเงิยเพียง 4,000 ตำแหน่งงาน จากที่มีการต้างงานถึง232,000 ตำแหน่งงานในขณะนี้
5.ล่าสุด หลังจากตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ 1% ในการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ปฏิกิริยาการลงทุนในตลาดสินทรัพย์ทางการเงินประเภทต่างๆ เป็นไปอย่างเบาบาง ในขณะที่นักลงทุน 94% เพิ่มจากเดิมที่คาดไว้ 70% เชื่อว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% อีกครั้งในการประชุมของคณะกกรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FOMC ในวันที่ 14 มิถุนายนนี้
โดยที่เฟดมีเสียงเป็นเอกฉันท์ในขณะนี้ที่จะยืนคึยงข้างสนับสนุน Janet Yellen ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้ รวมทั้งการลดฐานะเม็ดเงิน QE ในงบดุลให้เข้าสู่ภาวะที่เป็นปกติ หรือ Normalization ซึ่งเหลืออยู่ราว 4.4 ล้านล้านดอลลาร์ จากที่เคยมีอยู่ที่ระดับ 4.5 ล้านล้านดอลลาร์
นอกจากนี้เฟดยังชี้ว่า การที่จีดีพีสหรัฐในไตรมาสแรกที่ชะลอตัวลงนั้น จะเป็นผลกระทบชั่วคราวเท่านั้น ในขณะที่ภาพรวมของเศรษฐกิจยังคงค่อยๆ เติบโตอย่างต่อเนื่องจากการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน โดยที่อัตราเงินเฟ้อใกล้ระดับ 2% ที่เป็นเป้าหมายเข้าไปทุกที เช่นเดียวกับการจ้างงานที่ยังแข็งแกร่งถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวเชื่องช้าลงที่ระดับ 0.7% ในไตรมาสแรกที่ผ่านมาก็ตาม