ขึ้นค่าftไฟฟ้า 12.52 สตางค์/หน่วย กกพ.แจงสะท้อนความจริงเป็นธรรม
03 พ.ค. 2560 | te

กกพ.ชี้แจงการพิจารณาปรับขึ้นค่าเอฟที 12.52 สตางค์/หน่วย งวดเดือน พ.ค.-ส.ค.60 ยันสะท้อนความเป็นจริง และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ข่าว
03 พ.ค. 2560 | te

กกพ.ชี้แจงการพิจารณาปรับขึ้นค่าเอฟที 12.52 สตางค์/หน่วย งวดเดือน พ.ค.-ส.ค.60 ยันสะท้อนความเป็นจริง และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
กรรมการกำกับกิจการพลังงานในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) วีระพล จิรประดิษฐกุล บอกว่า
กรณีการปรับขึ้นค่า ft งวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2560 ที่ -24.07 สตางค์/หน่วย เพิ่มขึ้นจากงวดที่แล้ว (มกราคมถึงเมษายน 2560) = 12.52 สตางค์/หน่วย
จนเกิดกระแสข่าวคลาดเคลื่อนถึงสาเหตุที่ทำให้ค่า ft งวดนี้ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งๆ ที่ราคาก๊าซจากธรรมชาติมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งประเด็นข้อสงสัยนี้ อาจทำให้ผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจและภาคประชาชนทั่วไปเกิดความเข้าใจผิด
โดยราคาก๊าซปากหลุมจากอ่าวไทยในช่วงต้นปีเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์เป็นช่วงขาลงจริง
แต่ราคาก๊าซจะอ้างอิงราคาน้ำมันเตาย้อนหลังประมาณ 8 ถึง 12 เดือน ซึ่งราคาก๊าซมีการปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไปดังนั้นในช่วงเดือนเมษายนถึงสิงหาคมจึงเป็นช่วงขาขึ้นของราคาก๊าซ
นอกจากนี้ยังมีกรณีที่หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าค่าบริการรายเดือน และเงินประกันการใช้ไฟฟ้ามีผลต่อการคิดคำนวณค่า ft
ถือว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
เพราะค่าบริการรายเดือนและเงินประกันดังกล่าว ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการคิดคำนวณต้นทุนค่าที่แต่อย่างใด
นอกจากนี้การที่กกพ.ขึ้นค่า ft งวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2560 นี้ ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว
เพราะหากไม่มีการปรับขึ้นค่า ft ในงวดนี้ก็จะส่งผลกระทบต่อค่า ft ในงวดเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2560 สูงขึ้นกว่างวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2560
และหาก กกพ.ตรึงค่า ft งวดนี้อีก ก็จะทำให้กฟผ. ต้องแบกรับภาระคิดเป็นเงินประมาณ 7,786 ล้านบาท
ซึ่งในที่สุดและผู้ใช้ไฟฟ้าก็จะต้องเป็นผู้แบกรับภาระในการจ่ายค่าไฟในส่วนนี้คืนแก่กฟผ.ภายหลังด้วย
ดังนั้น วิธีการที่ดีที่สุดที่จะไม่ต้องสิ้นเปลืองต่อการซื้อน้ำมันเตา ภาคธุรกิจและประชาชน จึงควรใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดมากขึ้น