จากการตรวจสอบพบอาคารฝึกปฏิบัติงานเฉพาะทาง เป็นลักษณะอาคาร 3 ชั้น พื้นที่ 1,500 ตารางเมตร ชั้นแรกเป็นห้องฝึกปฏิบัติการณ์และสำนักงาน COE ชั้น 2 และชั้น 3 เป็นสตูดิโอให้นักศึกษาชั้นปีที่ 5 ได้ใช้ทำ Thesis วิทยานิพนธ์ อาคารหลังดังกล่าวมีมูลค่า 20 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการการตรวจงานไม่สามารถตรวจรับได้ ทั้งที่ได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว และไม่มีการก่อสร้างต่อแต่อย่างใด ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าวัสดุต่างๆ เป็นไปตามที่มีการร้องเรียนจริง
โดยการก่อสร้างอาคารดังกล่าวไม่ตรงแบบหลายรายการตามที่มีผู้ร้อง คือ ถังบำบัดน้ำเสียตามแบบต้องเป็น 50,000 ลิตร แต่ได้นำถังขนาด 15,000 ลิตรมาติดตั้งและกลบดินเอาไว้ กำแพงซึ่งตามแบบต้องเป็นอิฐมอญแดงแต่กลับนำอิฐมวลเบามาติดตั้งก่อสร้างแทน รวมถึงการการเดินระบบสายไฟภายในอาคารที่ต้องฝังลงพื้นแต่กลับเดินระบบสายไฟแบบลอยแทน และประตูตามแบบต้องเป็นประตูอลูมิเนียม แต่ใช้เป็นประตูไม้อัดติดตั้งแทน
ด้าน นายวีระชาติ คงศรี นักวิชาการชำนาญการตรวจเงินแผนดิน สำนักงานตรวจสอบพิเศษ ภาค 3 กล่าวว่า จากการตรวจสอบอาคารฝึกปฏิบัติงานเฉพาะทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พบหลักฐานเป็นไปตามที่มีเรื่องร้องเรียนทุกอย่าง ซึ่งการดำเนินการต้องไปจะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาเพื่อสอบถามทั้งหมด โดยในวันนี้ ได้เชิญคณะกรรมการการตรวจรับมาสอบถาม เพื่อรวบรวมผลส่งสำนักตรวจเงินแผ่นดิน ส่วนผลการสอบไม่สามารถเปิดเผยได้ส่วนพันจ่าอากาศเอกชินพัฒน์ สื่อกระแสร์ ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบพิเศษ ภาค 3 กล่าวว่า จากการตรวจสอบ เบื้องต้นพบแล้วว่ามีการก่อสร้างผิดแบบจริง โดยได้มอบหมายให้ชุดตรวจสอบพิเศษได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบถาม และรวบรวมเอกสารหลักฐานตั้งแต่การจัดซื้อจัดจ้างแบบการก่อสร้างอาคารฝึกปฏิบัติงานเฉพาะทาง ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เพื่อมารวบรวมกับหลักฐานอื่นๆและการเบิกจ่าย ให้ส่งเรื่องมาถึงตน จากนั้นจะนำเข้าที่ประชุมพิจารณาต่อไป