ประกอบด้วย นายอภิวัฒน์ หรือเอริ๊ก ชะเอมน้อย อายุ 34 ปีอยู่บ้านเลขที่ 105 ม.4 ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี นายบรรพจน์ หรือพจน์ ศรีจันทร์ อายุ 41 ปีอยู่บ้านเลขที่ 131/1 ม.3 ต.ปึกเตียน อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และ นายมานะ หรือนะ บัวสุวรรณ อายุ 40 ปีอยู่บ้านเลขที่ 146 หมู่ 12 ต.ดอนยาง อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 30 มัด รวมประมาณ 60,000 เม็ดโทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่องรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าสีแดงหมายเลขทะเบียน ขงธ 553 เพชบุรีจำนวน 1 คัน อาวุธปืน Remington ขนาด .45 จำนวน 1 กระบอกหมายเลขทะเบียน อ.บ.1/10508 เครื่องกระสุนปืนขนาด.45 มม.จำนวน 7 นัดบรรจุอยู่ในซองบรรจุกระสุนปืนจำนวน 1 ซอง ซองพกอ่อน จำนวน 1 ซองรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้าสีขาวหมายเลขทะเบียน กฉ 8184 เพชรบุรี จำนวน 1 คัน
พ.ต.อ.วัชระ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดของ นายอภิวัฒน์ ต้องการจำหน่ายยาบ้าจำนวน 30 มัด รวม 60,000 เม็ด ในราคามัดละ 100,000 บาท รวมทั้งหมดเป็นเงิน 3,000,000 บาท จึงได้ให้สายลับพร้อมเจ้าหน้าที่อำพรางทำการติดต่อล่อซื้อและนัดดูเงินส่งมอบกันในพื้นที่ จ.เพชรบุรี โดยนายอภิวัฒน์ได้นัดหมายให้สายลับมาพบที่บริเวณร้านกาแฟแบล็คแคนย่อน ภายในปั้มน้ำมัน ปตท.บางเค็ม ต.ห้วยโรง อ.เขาย้อย จว.เพชรบุรี ก่อนวางแผนพร้อมวางกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอำพรางตัวอยู่ภายในบริเวณใกล้เคียงจุดนัดหมาย จนกระทั่งถึงเวลานัดนายอภิวัฒน์ ได้เดินเข้ามาพบสายลับและและเจ้าหน้าที่อำพรางได้พานายอภิวัฒน์ ไปดูเงินที่รถซึ่งจอดอยู่ที่ลานจอดรถบริเวณหน้าร้านแบล็คแคนย่อน เมื่อดูเงินเป็นที่พอใจแล้วนายอภิวัฒน์ได้แจ้งให้ขับรถยนต์ไปจอดคอยที่บริเวณริมถนนตรงสะพานยกระดับสาย 2 ต.ท่ายาง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรีพ.ต.อ.วัชระ กล่าวอีกว่า เมื่อเดินทางไปถึงจุดนัดหมายนายบรรพจน์ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาพร้อมกับนายมานะได้เปิดประตูรถของเจ้าหน้าที่อำพรางและเข้ามานั่งและได้พาไปจุดที่ได้วางยาบ้าไว้ซึ่งอยู่ตรงที่ถังขยะใกล้สะพานยกระดับสาย 2 โดยนายบรรพจน์ ได้ขับรถจักรยานยนต์นำหน้าเจ้าหน้าที่อำพรางไปเมื่อถึงจุดที่วางยาบ้าได้เปิดประตูรถยน์เดินลงไปหยิบยาบ้าจำนวน 30 มัดตามที่นายมานะบอกตรวจสอบพบว่าเป็นยาบ้า เจ้าหน้าที่อำพรางจึงส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุมนายมานะและนายบรรพจน์ ได้พยายามต่อสู้ขัดขืนการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บขณะเข้าจับกุมจำนวน 3 นายคือ ด.ต.สหัส เกี้ยงบางยาง ,ส.ต.ท.ณัฐวุฒิ จันทะวงศ์ และ ส.ต.ท.นุวัต เขียนโกลา
จากการสอบสวนนายอภิวัฒน์ ให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าเป็นของนายกิตติ ได้ให้ตนเองมาดูเงินโดยตนเองจะได้ค่าจ้างเป็นเงิน 60,000-70,000 บาท เมื่อทำงานเสร็จแล้วส่วนนายบรรพจน์และนายมานะจะทำหน้าที่ไปรับของ-ส่งของด้าน พ.ต.อ.ยุทธนา กล่าวเสริมว่าขณะนี้ได้ทำการสืบสวนขยายผลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการพร้อมตรวจสอบยึดอายัดทรัพย์สิน ซึ่งกลุ่มนายอภิวัฒน์ในเบื้องต้น มีฟาร์มวัวชน โดยมีวัวชนจำนวน 3 ตัว สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารต่างๆทองรูปพรรณอื่นอีกหลายรายการมูลค่ากว่า 2 ล้านเบื้องต้นแจ้งข้อหา "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต" และแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหา 2 เพิ่มเติมว่า"มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในทางไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทาง สาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็น และไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว"และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาที่ 2 และ3 ว่า"ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฎิบัติหน้าที่ " จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวน.บก.ปส.4 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป