ซึ่งจากการสอบปากคำเบื้องต้น หญิงสาวทั้ง 2 คนให้การว่า เป็นสมาชิกของบริษัทดังกล่าวจริง ซึ่งในระหว่างที่เป็นสมาชิกไม่เคยเกิดปัญหาในลักษณะดังกล่าว ซึ่งตนทำหน้าที่ขายทัวร์ โดยก่อนที่ตนจะมาขายทัวร์นั้น ได้ซื้อสินค้าและได้รับรางวัลเป็นเพคเก็ตในการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่ตนจะกลับมารับกลุ่มผู้เสียหายทั้งหมด เพื่อเดินทางกลับไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น แต่เมื่อมาถึงวันเดินทางกลับพบปัญหาดังกล่าว ด้าน พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท. ได้เดินทางมายังกองบังคับการปราบปราม เพื่อร่วมวางกรอบและแนวทางในการทำงาน เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง ก่อนที่จะเดินทางเข้าไปในห้องพนักงานสอบสวน เพื่อรวมสอบปากคำผู้เสียหาย ทางด้าน นางสาวผ่องนภา ฐิติวัชระ ผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เพื่อนตนเป็นคนชักชวนให้ตนไปเที่ยวญี่ปุ่น เพราะมีโปรโมชั่นตั๋วการเดินทางที่มีราคาถูกจากบริษัท เวลล์เอเวอร์ โดยจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางครั้งนี้ ประมาณ 10,000-20,000 บาท ตนจึงสนใจและโอนเงินจำนวน 10,000 และมาตามเวลานัดหมาย แต่ก็ไม่พบตัวแทน และไม่มีเอกสารใดๆ มีเพียงสลิปเงินที่ตนโอนไปเพียงเท่านั้น ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ตนก็ไม่สามารถที่จะติดต่อกับตัวแทนหัวหน้าทีมได้อีกเลย จึงเดินทางมาแจ้งความที่กองปราบ ส่วนเพื่อนคนที่จะร่วมเดินทางที่เจอที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก็บอกว่า ยังเชื่อมั่นว่าจะได้เงินคืนจากหัวหน้าทีม จึงไม่ดำเนินการแจ้งความ ขณะที่พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้เรียกสอบผู้เสียหายไปแล้วจำนวนกว่า 40 ปาก ส่วนผู้เสียหายรายอื่นๆ ตำรวจได้มีการแนะนำให้แจ้งความร้องทุกข์ตามภูมิลำเนาที่เกิดเหตุของตนเอง หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนจะนำสำนวนการสอบสวนส่งให้กองบังคับการปราบปราม เพื่อจะได้รวมกับสำนวนของผู้เสียหายรายอื่นต่อไป ทั้งนี้ ยังมีการควบคุมตัวบุคคลที่คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการหลอกผู้เสียหายจำนวนหนึ่งเอาไว้ด้วย โดยควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจภูธรสุวรรณภูมิ