จากกรณีที่ได้มีการส่งต่อข้อมูลกันในโลกออนไลน์กรณีที่ นายนที สรวารี เลขาธิการมูลนิธิอิสรชน ล้มป่วยกะทันหันด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตกอาการโคม่า เข้ารับการผ่าตัดด่วนที่ โรงพยาบาลสินแพทย์ และขอใช้สิทธิตามนโยบาย เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ (UCEP) 72 ชั่วโมง แต่ทางรพ.ได้ประเมินอาการผู้ป่วยว่าไม่เข้าเกณฑ์ในการขอใช้สิทธิ เพราะเป็นเจ็บป่วยฉุกเฉินไม่วิกฤตจนนำมาสู่การร้องเรียนของญาติผู้ป่วยนั้น
ล่าสุด นายแพทย์ภูมินทร์ ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ได้ออกมาชี้แจงถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในกรณีนี้ว่า วันนี้ นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) และ สพฉ. ได้ลงพื้นที่ไปติดตามอาการและรับฟังข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากทั้งสองฝ่ายทั้งญาติและโรงพยาบาล
ซึ่งก็ได้ข้อสรุปว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของโรงพยาบาลในการประเมินอาการผู้ป่วย และได้สร้างความเข้าใจร่วมกันที่ถูกต้องให้กับโรงพยาบาลและผู้ป่วยจนสามารถใช้สิทธิ เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ (UCEP) จนพ้นวิกฤต และย้ายผู้ป่วยไปทำการรักษาต่อที่โรงพยาบาลตามสิทธิที่ผู้ป่วยมี จากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้
ทั้งนี้ตามระบบการดำเนินงานตามนโยบาย เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ สพฉ.ได้จัดทำโปรแกรมในการคัดแยกอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินของผู้ป่วยว่าเป็นฉุกเฉินวิกฤตที่เข้าข่ายในการต้องรักษาอย่างเร่งด่วนหรือไม่เรียกว่าโปรแกรม (Preauthorization)ซึ่งหากโรงพยาบาลคีย์ข้อมูลเข้าไปในระบบดังกล่าวนี้ ระบบจะช่วยประเมินอาการของผู้ป่วยให้ว่าเป็นฉุกเฉินระดับไหนซึ่งจะเป็นผลดีกับทั้งผู้ป่วยและโรงพยาบาล ที่จะดำเนินการตามระบบโดยที่ไม่มีปัญหาได้ ตนเข้าใจว่าการดำเนินการตามระบบนี้ยังถือว่าใหม่อาจจะมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้
ดังนั้น สพฉ.จะเร่งประชาสัมพันธ์ให้กับโรงพยาบาลทุกแห่งเข้าใจในการใช้ระบบมากยิ่งขึ้น และสำหรับในส่วนของประชาชนนั้น หากมีปัญหาในการใช้บริการตามสิทธินี้ สามารถโทรเข้ามาสอบถามความชัดเจนหรือปรึกษาได้ที่ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ศคส.สพฉ.) ได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่หมายเลข 02-872-1669 หรืออีเมล์เข้ามาสอบถามได้ที่ [email protected]
ด้าน รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ยังได้สรุปผลการปฏิบัติงานของศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (UCEP Coordination Center) ว่า ศูนย์ได้ปฏิบัติภารกิจมาวันนี้เป็นวันที่ 9 แล้ว
พบผู้ขอใช้สิทธิ UCEP 912 ราย โดยเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตที่เข้าเกณฑ์ 385 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยจากสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า 223 ราย ผู้ป่วยจากสิทธิประกันสังคม 59 ราย ผู้ป่วยจากสิทธิข้าราชการ73 รายและ ผู้ป่วยจากสิทธิกองทุนอื่นๆ อีก 30 ราย
นอกจากนี้อยากขอให้สื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์กรณีเร่งด่วนในวันนี้อีกหนึ่งเรื่องคือ ระบบโทรศัพท์ ของแม่ข่ายผู้ให้บริการ ที่ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ศคส.สพฉ.)ใช้บริการผ่านเบอร์โทร.028721669 ล่ม และทำให้เบอร์ใช้การไม่ได้
"ทาง สพฉ.ได้จัดหาเลขโทรศัพท์ชุดใหม่สำรอง จนกว่าหมายเลขเดิมจะใช้ได้ 7 หมายเลขดังนี้ 02 591 8905 , 02 591 9047, 02 591 9769, 02 591 8914, 02 591 8936 , 02 591 9140 ,02 591 8982" นพ.ภูมินทร์ กล่าวย้ำ
ทั้งนี้ ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิฯ ได้จัดทำข้อมูลเผยแพร่ 9 ข้อควรรู้ก่อนใช้สิทธิ์ UCEP ให้ประชาชนไว้ใช้ศึกษา เพื่อทำความเข้าใจก่อนใช้สิทธิ UCEP โดยรายละเอียดดังนี้
1.UCEP คืออะไร UCEP คือ นโยบายรัฐบาล "เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่" Universal Coverage for Emergency Patients (UCEP) กรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนนอกคู่สัญญา 3 กองทุน(กองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า, กองทุนประกันสังคม กองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ) และในอนาคตจะขยายไปยังกองทุนต่างๆ เพื่อให้เกิดความครอบคลุม ไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตอันจะทําให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตได้รับ การคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงบริการ อย่างปลอดภัยโดยไม่มีเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล เพื่อให้ไม่เป็นอุปสรรคและความเสี่ยงของการดูแลรักษา โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายภายใน 72 ชั่วโมงหรือพ้นภาวะวิกฤต
2. ใครบ้างที่ใช้สิทธินี้ได้ ผู้ที่จะใช้สิทธินี้ได้ต้อง เป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน ในพื้นที่ที่อยู่ใกล้และเป็นโรงพยาบาลเอกชนนอกคู่สัญญากับกองทุนที่ผู้ป่วยมีสิทธิ
3. เจ็บป่วยฉุกเฉินแค่ไหนถึงจะใช้สิทธิ UCEP ได้ ผู้ที่จะใช้สิทธินี้ได้ต้องเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ตามหลักเกณฑ์การคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน ที่ กพฉ.ประกาศกำหนด และ รายละเอียดเกณฑ์การคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ที่ สพฉ. กำหนดกรณีกลุ่มอาการฉุกเฉินวิกฤต คือ หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วม เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด แบบปัจจุบันทันด่วน หรือชักต่อเนื่องไม่หยุด หรือมีอาการอื่นร่วม ที่มีผลต่อการหายใจระบบการไหลเวียนโลหิตและระบบสมองที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต
4. ขั้นตอนในการใช่สิทธิ UCEP เป็นอย่างไร ประชาชนทุกคนควรตรวจสอบสิทธิพื้นฐานการรักษาพยาบาลของตนเองในเบื้องต้นว่าเป็นสิทธิอะไร และกรณีเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤตและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ ที่อยู่ใกล้ และเป็นโรงพยาบาลนอกคู่สัญญากับกองทุนที่ผู้ป่วยมีสิทธิให้แจ้ง รพ.ให้รับทราบว่าขอใช้สิทธิ UCEP ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายภายใน 72 ชั่วโมงหรือพ้นภาวะวิกฤต
5. ในกรณีที่มีข้อถกเถียงเรื่องอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินว่าเข้าขั้นวิกฤตหรือไม่นั้นจะดำเนินการอย่างไร ในกรณีนี้ โรงพยาบาลเป็นผู้คัดแยกผู้ป่วยตามแนวทางทีสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกำหนด(Preauthorization)ในกรณีมีปัญหาในการคัดแยกให้ปรึกษา ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ศคส.สพฉ.) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
6. รูปแบบการทำงานของ ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิฯ ประชาชนสามารถแจ้งเรื่องผ่านได้ทางไหน ติดต่อได้ที่ 02 872 1669
7. หากมีข้อโต้แย้งเรื่องการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตจะใช้เวลานานหรือไม่ในการพิจารณาให้ผู้ป่วยได้รับการรักษา ทางศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิฯ ร่วมกับวิทยาลัยแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย จะประเมินภาวะฉุกเฉินของผู้ป่วยภายใน 15 นาที โดยคำวินิจฉัยของศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติให้ถือเป็นที่สุด
8. เมื่อรักษาครบ 72 ชั่วโมงแล้ว กระบวนการขั้นตอนส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษาต่อในโรงพยาบาลจะดำเนินการอย่างไร ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิฯ รับทราบว่ามีผู้ป่วยวิกฤตเข้าระบบ เมื่อโรงพยาบาลเอกชนมีการประเมินและบันทึกการประเมินผู้ป่วยในระบบโปรแกรม Preauthorization และ ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ศคส.สพฉ.) จะแจ้งต่อให้กองทุนเจ้าของสิทธิทราบโดยเร็ว เพื่อให้กองทุนเจ้าของสิทธิดำเนินการประสานไปยังโรงพยาบาลต้นสังกัดของผู้ป่วย เพื่อเตรียมการรับย้ายผู้ป่วยเข้าสู่ระบบปกติให้ได้ทันภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน เมื่อครบ 72 ชั่วโมงแล้วหรือพ้นภาวะวิกฤตแล้ว
9. หากประสานไปยังโรงพยาบาลต้นทางที่ผู้ป่วยมีสิทธิในการรักษาพยาบาลอยู่แล้วรพ.แจ้งว่าไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วย จะมีการดำเนินการเช่นไร และหากมีค่าใช้จ่ายใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้น ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิ์ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ศคส.สพฉ.) จะแจ้งไปยังกองทุนต่างๆเพื่อให้ดำเนินการตามเงื่อนไขของแต่ละกองทุน